ศาสนาคือการตักเตือน

410

الدين النصيحة

ศาสนาคือการตักเตือน

อิสลามของเราจะดำรงอยู่ในสังคมมนุษย์อย่างสง่าผ่าเผยได้นั้น ต้องเริ่มต้นจากการที่มุสลิมทั้งหลายมีการตักเตือนซึ่งกันและกันอยู่เสมอ เมื่อใดที่มุสลิมขาดการตักเตือนกัน สังคมมุสลิมก็จะอยู่ในสภาพของความถดถอย และตกต่ำ ท่านร่อซูลศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

عن تميم الدارى رضي الله عنه أن النبي صلى الله عليه وسلم قال :” الدِّيْنُ النَّصِيْحَةُ ،

قُلْنَا لِمَنْ ؟ قَالَ لِلَّهِ وَلِكِتَابِهِ وَلِرَسُوْلِهِ وَلِاَئِمَّةِ الــمُسْلِمِيْنَ وَعَامَّتِهِمْ ” رواه مسلم

จากท่านตะมีมุดดารีย์ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า:“ศาสนาคือการตักเตือน พวกเรา(ซอฮาบะฮ์) ถามว่า: ตักเตือนกันเพื่อผู้ใด? ท่านนบีตอบว่า เพื่ออัลลอฮ์ ,เพื่อคัมภีร์ของอัลลอฮ์,เพื่อร่อซูลของพระองค์,เพื่อบรรดาผู้นำของมุสลิมีน และเพื่อมุสลิมทั่วไป”  บันทึกโดยมุสลิม

เรามาดูกันว่านักวิชาการอิสลามได้อธิบายหะดีษนี้ไว้อย่างไร มีความหมายครอบคลุมเพียงใด

1- ท่านอีหม่ามนะวะวีย์รอฮิมะฮุลลอฮ์ ได้อธิบายคำว่า النصيحة لله ว่า : ตักเตือนไปสู่การศรัทธาต่ออัลลอฮ์,ปฏิเสธการทำชิริกต่อพระองค์ ให้ห่างไกลจากการปฏิเสธคุณลักษณะต่างๆอันสมบูรณ์และสูงส่งของพระองค์ ยืนยันในความบริสุทธิ์และปราศจากข้อบกพร่องใดๆในตัวพระองค์ ให้ดำรงมั่นอยู่ในการภักดี และออกห่างจากข้อห้ามทั้งหลายของพระองค์, รักและโกรธเพื่อพระองค์, โดยรักผู้ที่เชื่อฟังพระองค์ และเป็นศัตรูกับผู้ที่ฝ่าฝืนกับพระองค์ รวมทั้งต่อสู้กับพวกที่ปฏิเสธศรัทธาทั้งหลาย , ยอมรับและรู้คุณในเนียะอฺมัตของพระองค์ พร้อมทั้งมีความบริสุทธิ์ใจ ร่วมกับการขออุอาอฺจากพระองค์ สุดท้ายให้มีความสุภาพนิ่มนวลในการตักเตือนผู้คน กับผู้ที่เหมาะสมที่จะได้รับความสุภาพนิ่มนวลในการรับข้อตักเตือน

2-ท่านอิหม่าม นะวะวีย์ ร่อฮิมะฮุลลอฮ์ ได้อธิบายคำว่า النصيحة لكتابهว่า:ตักเตือนให้ศรัทธาเชื่อมั่นในคัมภีร์อัลกุรอานของพระองค์ว่าเป็นพระดำรัสของพระองค์โดยแท้ ไม่เหมือนกับคำพูดของสิ่งถูกสร้าง ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ ญิน หรือมะลาอิกะฮ์ ไม่มีผู้ใดสามารถที่จะแต่งคำพูดลอกเลียนแบบอัลกุรอานได้ ตักเตือนกันให้อ่านคัมภีร์อัลกุรอานให้ถูกต้อง ทั้งกฎเกณฑ์ อักขระและความไพเราะ ให้ออกห่างจากการตีความที่นอกลู่นอกทางและบิดเบือนความหมายของอัลกุรอาน ให้เชื่อมั่นทุกๆสิ่งที่อัลกุรอานกล่าวถึงในทุกแง่มุมของศาสนา ใช้สติปัญญาพินิจพิเคราะห์ไตร่ตรองในข้อห้ามข้อใช้สิ่งบอกเล่าจากอดีตสู่อนาคตและเรื่องราวต่างๆล้วนแล้วแต่เป็นข้อคิดทางนำที่ดียิ่งสำหรับมวลมนุษย์

3- ท่านอิบนุรอญับ ร่อฮิมะฮุลลอฮ์ได้อธิบายคำว่า  النصيحة لرسولهว่า:คือการตักเตือนให้มีความเชื่อมั่น ในสิ่งที่ร่อซูลุลลอฮ์ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม นำมา ให้เกียรติยกย่องคำพูด การกระทำและการยอมรับของท่านร่อซูล ให้ยึดมั่นตามแบบฉบับของร่อซูล ให้ฟื้นฟูซุนนะฮ์ และวิชาการของร่อซูล ให้ต่อต้านสิ่งที่สวนทางต่อแบบฉบับของร่อซูล สนับสนุนผู้ที่อยู่ในแนวทางของท่านร่อซูล ให้มีจรรยามารยาทตามแบบร่อซูล รักในวงตระกูลและบรรดาสาวกของท่านร่อซูล

4- ท่านอิบนุรอญับ ร่อฮิมะฮุลลอฮ์ ได้อธิบายคำว่าالنصيحة لائمة المسلمينว่า: ให้ข้อเสนอแนะและสนับสนุนผู้นำมุสลิมในหนทางที่ถูกต้อง เชื่อฟังและปฏิบัติตามผู้นำในสิ่งที่ถูกต้องเช่นกัน ให้ข้อแนะนำให้ผู้นำมีความเมตตา เอ็นดูต่อผู้ที่อยู่ภายใต้ปกครองให้มากที่สุด ขอดุอาอฺให้ผู้นำบริหารบ้านเมืองได้อย่างเป็นปกติสุข

5- ท่านอิบนุรอญับ ร่อฮิมะฮุลลอฮ์ ได้อธิบายคำว่า النصيحة للمسلمينว่า:ให้มีความรักมุสลิมเหมือนกับรักตัวเอง ไม่ชอบสิ่งที่จะให้เกิดกับพี่น้องมุสลิมเหมือนกับไม่ต้องการให้เกิดกับตัวเอง เมตตาต่อผู้น้อย ให้เกียรติกับผู้อวุโส แสดงความร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพี่น้องมุสลิม ให้ข้อตักเตือนที่ดีแก่บรรดามุสลิมีนด้วยหลักการเหตุผลที่เหมาะสม

ซอฮาบะฮ์ของท่านร่อซูลศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เคยให้สัตยาบันกับท่านในเรื่องละหมาด,ซะกาตและการตักเตือนซึ่งกันและกัน ดังปรากฏในรายงานหนึ่ง จากท่าน ญะรีร บินอับดุลลอฮ์ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้เล่าว่า

” بَايَعْتُ رَسُوْلَ اللهِ صلى الله عليه وسلم عَلَى إِقَامِ الصَّلَاةِ وَإِيْتَاءِ الزَّكَاةِ وَالنُّصْحِ

لِكُلِّ مُسْلِمٍ ”

“ฉันให้สัตยาบันต่อท่านร่อซูลุลลอฮ์ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ต่อการดำรงการละหมาด จ่ายซะกาต และการให้ข้อตักเตือนแก่มุสลิมทุกคน”บันทึกโดยบุคอรียและมุสลิม

การละทิ้งหน้าที่การตักเตือนเป็นเหตุให้ผู้นำผู้ปกครองไม่ได้รับกลิ่นไอของสวรรค์ ท่านร่อซูลศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

” مَامِنْ عَبْدٍ يَسْتَرْعِيْه اللهُ رَعِيَّتَهُ ، يَمُوْتُ يَوْمَ يَمُوْتُ وَهُوَ غَاشٌ لِرَعِيَّتِهِ إِلَّا حَرَّمَ اللهُ عَلَيْهِ الجَنَّةَ” وفى رواية : ” فَلَمْ يُحِطْهَا بِنُصْحِهِ لَمْ يَجِدْ رَائِحَةَ الْجَنَّةِ وفى رواية لمسلمٍ : مَا مِنْ أَمِيْرٍ يَلِىْ أُمُوْرَ الـمُسْلِمِيْن، ثُمَّ لَا يَجْهَدُ لَهُمْ وَيَنْصَحُ لَهُمْ إِلَّا لَمْ يَدْخُلْ مَعَهُمُ الجَنَّةَ ”

“ไม่มีบ่าวของอัลลอฮ์คนใดที่พระองค์ได้ให้เขารับผิดชอบผู้ที่อยู่ภายใต้การปกครองของเขา เขาได้เสียชีวิตในวันที่เขาเสียชีวิต เขาได้ละเมิดสิทธิของผู้ที่อยู่ภายใต้การปกครอง นอกจากพระองค์อัลลอฮ์จะต้องขวางกั้นเขามิให้เข้าสวรรค์” ในอีกรายงานหนึ่งกล่าวว่า “เขามิได้ให้ผู้ที่อยู่ภายใต้การปกครองได้รับรู้ข้อตักเตือน เขาจะไม่ได้รับกลิ่นไอของสวรรค์” ในรายงานของอิหม่ามมุสลิมมีว่า   “ไม่มีผู้ปกครองคนใดที่บริหารกิจการต่างๆของมุสลิม จากนั้นเขามิได้เพียรพยายามในการทำหน้าที่และให้ข้อตักเตือนแก่มุสลิมเหล่านั้น เว้นแต่เขาจะไม่ได้เข้าสวรรค์ร่วมกับมุสลิมเหล่านั้น

อัฟฎอล กอเซ็ม