ละหมาดตะรอเวียะฮฺไปแล้ว ห้ามละหมาดตะฮัจญุดอีก??

508
คำแปลคลิบของฟะฎีละตุชเชค ดร.ศอและห์ อิบนุ เฟาซาน อัลเฟาซาน
เกี่ยวกับละหมาดตะรอเวียห์และตะฮัจญุดในช่วงสิบคืนสุดท้าย

من يحرمون الناس من صلاة التهجد مع التراويح
———————————————————————————–
เราได้ยินจากนักศึกษาบางคน โดยเฉพาะอิหม่ามมัสยิดต่างๆ บางคนที่กล่าวว่าต้นเดือนหรือปลายเดือน(รอมฎอน) ก็เหมือนๆกัน คือไม่มีอะไรพิเศษในช่วงสิบคืนสุดท้าย ก็มีละหมาดเพียงสิบเอ็ดรอกอะห์ ไม่ว่าเราจะหมาดตอนหัวค่ำหรือตอนดึก
ละหมาดที่ว่า (ที่พวกเขาทำกัน) จริงๆแล้วก็ไม่ได้ถูกต้องอะไรนัก เป็นเพียงละหมาดแค่ชื่อเพราะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที นั่นแหละคือที่พวกเขาทำกัน ก็ยังดีหากพวกเขาทำแค่นั้น แต่ที่น่าเสียใจคือพวกเขากลับห้ามคนไม่ให้ละหมาดตะฮัดญุดอีกหลังจากที่ได้ละหมาดตะรอเวียห์ไปแล้ว พวกเขาห้ามคนเขา “ลาเฮาละวะลากูวะตะอิลลาบิลลาห์”

พวกเขาเป็นแบบอย่างที่เลวจริงๆ ไม่ใช่ว่าท่านนบี ศ้อลลัลลอฮูอะลัยฮิวะซัลลัม จะละไม่ละหมาดในช่วงต้นๆรอมฎอน แต่ท่านละหมาดตอนต้นของกลางคืนรอมฎอนแล้วก็นอนหลับ(พักผ่อน) แต่พอเข้าสิบคืนสุดท้าย ท่านใช้เวลาเกือบทั้งคืน เพิ่มความขยันขันแข็ง เพิ่มความขะมักเขม้น แต่พวกนั้นกลับกล่าวว่าจะต้นเดือนหรือปลายเดือนก็ไม่แตกต่างกันก็มีละหมาดเพียงสิบเอ็ดร๊อกอะห์เท่านั้น

สิบเอ็ดร๊อกอะห์ที่ทำกันนั้นทำเหมือนนบี ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมทำหรือไม่ละ อ่านห้าญูซในสองร๊อกอะห์หรือมากกว่า และรุกั๊วอฺก็ยาวพอๆ กับยืน ส่วนสุญู๊ดก็เหมือนรุกั๊วอฺกว่าจะเลิกละหมาดก็เกือบละหมาดฟัจริ จนกระทั้งท่านบิลาลมาหาและบอกว่าจะได้เวลาละหมาด (ฟัจริ) แล้ว นี่คือละหมาดของท่านรอซูล ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แต่พวกนั้นเอาแค่จำนวนแต่ไม่ได้เอาวิธีการละหมาดตามที่ท่านนบี ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมละหมาด ส่วนซะละฟุศศอและห์ตามที่มีรายงานมา ต่างก็ให้ความสำคัญแค่ค่ำคืนเหล่านี้ (สิบคืนสุดท้าย) ต่างก็ยืนละหมาดกันนานๆ จนบางคนถึงกับผูกเชือกไว้ระหว่างเสาเพื่อเกาะเพื่อเพราะยืนละหมาดกันยาวๆ บางคนก็ใช้ไม่เท้าคำยัน จะไม่เลิกละหมาดจนเกือบถึงละหมาดฟัจริ บางคนถึงกับเกรงว่าจะไม่ทันทานซะฮูร พวกเขาฉวยโอกาสในสิบคืนนี้เพื่อการละหมาดกิยาม(รอมฎอน) และตะฮัจญุด แต่พวกนี้ละหมาดสิบเอ็ดร๊อกอัตตามที่อ้างเพียงไม่กี่นาทีและก็ปิดมัสยิดแล้วก็จากไปพร้อมกับห้ามคน (ไม่ให้ละหมาดตะฮัจญุด) “ลาเฮาละวะลากูวะตะอิลลาบิลลาห์”

การห้ามนี้คือห้ามตัวเองและห้ามคนอื่น พวกเขาเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีจริงๆ มาอ้างว่ารู้และทำตามซุนนะห์ พวกเขาว่าอย่างนั้น ความจริงแล้วพวกเขาไม่รู้จักซุนนะห์เลย จริงๆ แล้วแค่ปฏิบัตตามความขี้เกียจแล้วมาอ้างซุนนะห์ผิดที่ผิดทาง หันไปอ้างซุนนะห์ก็เพราะขี้เกียจ พวกเขาไม่ได้ทำตามซุนนะห์ตามที่ปรากฏ ดังนั้นเราพึงระวังเพื่อตัวของเราก่อนที่เวลาจะสายไป และเราก็ตรวจสอบตัวเราก่อนที่จะพลาดไป เราต้องกลับเนื้อกลับตัวต่ออัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ใครที่ทำดีอยู่แล้วก็จงทำดีต่อไปคือตั้งแต่ต้นเดือนจนถึงปลายเดือน ส่วนใครทำไม่ดีตั้งแต่ต้นเดือนก็ให้กลับเนื้อกลับตัวต่ออัลลอฮ์เสียก่อนที่จะสิ้นเดือน งานการทุกอย่างดูที่ตอนจบ นี่คือสิ่งจำเป็นสำหรับมุสลิม เราจำเป็นต้องละทิ้งการโต้แย้ง ห้ามพวกนั้นที่ชักชวนคนให้โต้แย้งกัน บางมัสยิดถึงกับลงไม้ลงมือกัน พวกนี้สร้างฟิตนะห์ต่อผู้คน ขออัลลอฮ์นำทางพวกเขาด้วย สร้างฟิตนะห์ต่อผู้คนจริงๆ ขัดขวางคนทำดี ดังนั้นพึงสังวรเรื่องเหล่านี้ให้จงดี และทำเป็นที่อิหม่ามจะต้องมีมาตรฐานที่ดียืนหยัดในซุนนะห์และขยันขันแข็ง ชักชวยคนที่จำเป็นคือต้องชักชวนให้กำลังใจคนโดยเฉพาะค่ำคืนเหล่านี้ให้ละหมาดตะรอเวียห์และตะฮัจญุด ไม่ใช่ไล่คน ขออัลลอฮ์นำทางเราและพวกเขาสู่การรู้ซึ้งถึงสัจธรรมและปฏิบัติตามสัจธรรมนั้น รวมถึงมีความบริสุทธิ์ใจต่ออัลลอฮ์ อัซซ่าวะญัล ทั้งคำพูดและการกระทำ วะศอลลัลลอฮุ อะลานบียินามุฮัมหมัด วะอะลาอาลิฮี วะอัศฮาบิฮีอัจมะอีน
ดร.ศอและห์ อิบนุ เฟาซาน อัลเฟาซาน

رد العلامة فوزان على من يحرمون الناس من صلاة التهجد مع التراويح

https://www.youtube.com/watch?v=DYpUwbWwAgI&feature=youtu.be
_____________________________________

เสริมฟัตวา “คณะกรรมการถาวรเพื่อการวิจัยและตอบปัญหาศาสนา” ซาอุดิอาราเบีย
หมายเลขฟัตวา (5310)
*************************

#คำถาม
ในเดือนรอมฎอนเมื่อเข้าช่วงสิบคืนสุดท้าย หากเราละหมาดญะมาอะห์ และได้วิเตรหลังตะรอเวียห์ไปแล้ว และเมื่อพิจารณาถึงคนไม่ได้ไปกิยามุลลัยน์(พร้อมอิหม่าม) หลังจากกิยามุลลัยน์ (เอง) แล้วก็ทำวิเตรหลังกิยามุลลัย แต่เราได้ยินมาว่าไม่มีวิเตรสองครั้งในคืนเดียว สิ่งนี้ถูกหรือผิดเป็นประการใดหรือ

#คำตอบ
ข้อตัดสินของละหมาดวิเตร คือมีเพียงครั้งเดียว(สำหรับคืนหนึ่ง) ไม่ว่าจะในสิบคืนสุดท้ายของรอมฎอนหรือนอกรอมฎอน ไม่ว่าจะสำหรับอิหม่ามหรือมะอ์มูมหรือจะเป็นละหมาดตามลำพัง ก็ถือว่ามีข้อตัดสินเดียวกันเท่ากัน หากใครทำวิเตรไปแล้วตั้งแต่ต้นคืน ก็ให้เขาละหมาดในอยามกลางคืน(กิยามุลลัยน์)ไปได้เท่าที่ประสงค์ คือทีละคู่ๆ (สองร๊อกอะห์ๆ) หลังจากนั้นก็ไม่ต้องทำวิเตรอีก แต่ถ้าใครเว้นวิเตรไว้ ก็ให้ละหมาดวิเตรในตอนท้ายสุดของกิยามุลลัยน์ หลักในเรื่องดังกล่าวคือรายงานจากฏ่อลัก อิบนุอาลี กล่าวว่า ฉันได้ยินท่านร่อซูลลัลลอฮ์ ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า “ไม่มีวิเตรสองครั้งในหนึ่งคืน” โดยผู้บันทึกทั้งหน้ายกเว้นอิบนุมาญะห์ และจากรายงานของอิบนุอุมัร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า ท่านนบี ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า “จงให้วิเตรเป็นละหมาดสุดท้ายของละหมาดกลางคืนของพวกท่าน” โดยผู้บันทึกทั้งหมดยกเว้นอิบนุมาญะห์

และจากรายงานของอุมมิซะละมะห์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา ว่า ท่านนบี ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้เคยรุกั๊วอ์สองรุกั๊วอ์(ละหมาดสองร๊อกอะห์) หลังวิเตร” โดยอัตติรมีซี่ อะห์หมัด และอิบนุมาญะห์โดยมีสำนวนเพิ่มเติมว่า “ในสภาพที่ท่านนั่ง(ละหมาด” ท่านอิหม่ามอะห์หมัดกล่าวว่า ฮะดีนี้เป็นหลักฐานสำหรับผู้ที่เห็นว่าไม่ต้องยกเลิกวิเตร(แรก)

ท่านสะอี๊ด อิบนุ มุซัยยิบรายงานว่า ท่านอะบูบักรและอุมัรได้กล่าวทบทวนเรื่องละหมาดวิเตรต่อหน้าท่านนบี ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม โดยท่านอะบูบักร์กล่าวว่า สำหรับฉันแล้วฉันจะละหมาดและนอนไปโดยวิเตรให้เรียบร้อยเสียก่อน และหากตื่นมา(อยามดึก) ก็จะละหมาดทีละคู่ๆ ไปจนถึงเวลาศุบฮิ ส่วนท่านอุมัรกลับกว่าว่า สำหรับฉันแล้ว ฉันจะไม่วิเตร แต่จะไปทำวิเตรเอาตอนท้ายๆ เวลาซะโฮร(ท้ายคืน) ท่านนบี ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมจึงได้กล่าวว่า “คนแรกก็กันไว้ดี ส่วนคนที่สองก็แข็งแรงดี” บันทึกโดยอบูซุไลมาน อัลคอฏฏอบี่

สำหรับคนที่เห็นว่าไม่ต้องแก้วิเตร (คือให้ปล่อยไว้อย่างนั้น กล่าวคือหากว่าละหมาดไปแล้วตอนต้นๆ คืน เมื่อตื่นมาก็ให้ละหมาดกิยามุลลัยน์ทีละสองๆ ไปตามพอใจ และไม่ต้องทำวิเตรใหม่) จากบรรดาศ่อฮาบะห์ คือท่านอะบูบักร์ อัศศิดดี๊ก อัมมาร อิบนุ ยาสิร รอเฟี๊ยอ์ อิบนุ คุดัยญ์ อาอิซ อิบนุ อัมร์ อัลมุซนี่ ฏ่อลัก อิบนุ อาลี อะบูฮุรอยเราะห์ และอาอิชะห์

ทั้งนี้ อิบนุ อะบีชัยบะห์ รายงานไว้ใน มุซอลนัฟอีกว่า (ยังเป็นความเข้าใจของ) ซะดุบนุ อบีวักกอส อิบนุ อุมัร และอิบนุ อับบาส อีกด้วย ขออัลลอฮ์พอพระทัยท่านเหล่านี้ทุกคน

ส่วนปราชญ์จากยุคตาบิอีนก็มี ท่านสะอี๊ด อิบนุ มุซัยยิบ อัลก่อมะห์ ชะอ์บี่ อิบรอฮีมอัลนัคอี่ สะอี๊ดอิบนุญุบัยร์ มักฮู้ล และ อัลฮะซัน อัลบะศ่อรี่ ซึ่งท่านอิบนุ อบีชัยบะห์ได้รายงานไว้ในมุศอลนัฟเช่นกัน และจากปราชญ์ในยุคตาบิอีนเช่นกัน ก็ยังมีท่าน ฏอวูซและอบูมุญลิซ

ส่วนปราชญ์ในยุคอะอิมมะห์ ก็มี ซุฟยาน อัษเษารี่ มาลิก อิบนุมุบาร๊อก และอะห์หมัด ท่านอิหม่ามติรมิซี่ได้รายงานจากท่านเหล่านั้นไว้ในซุนันของท่าน และท่านก็บอกว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด(กล่าวคือหากวิเตรไปแล้วตอนต้นคืน เมื่อตื่นมาในอยามดึกก็ให้ละหมาดไปเลย โดยไม่ต้องยกเลิกวิเตรแรกที่ละหมาดไปแล้วเมื่อต้นคืน)

ท่านอิรอกี่ยังได้รายงานถึงท่านอิหม่ามเอาซาอี่และอิหม่ามชาฟีอีและอบีเษาร์อีกด้วย

ท่านกอฎี อิยาด ยังอ้างถึงว่าเป็นคำฟัตวาของนักฟัตวาทั้งหลายทั้งปวง ดังนั้นเรา(คณะกรรมการฯ) จึงกล่าวว่า “เราไม่พบหลักฐานใดๆ จากท่านนบี ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมที่จะยืนยันได้ว่าค้านสิ่งที่ได้กล่าวไปแล้ว

วะบิลลาฮิตเตาฟีก วะศ้อลลัลลอฮุอะลานบียินามุฮัมหมัด วะอาลิฮี วะเศาะห์บิฮี วะซัลลัม
อับดุลอะซี๊ซ บินบาซ ประทาน
อับดุรร๊อซซาก อฟีฟี่ รองประทาน
อับดุลลอฮ์ อิบนุ ฆุดัยยาน กรรมการ
อับดุลลอฮ ก่ออู๊ด กรรมการ)