อิควานในซาอุฯ (ตอนที่หนึ่ง….)

126

อิควานในซาอุฯ (ตอนที่หนึ่ง….)
********************************

ขบวนการอิควานุลมุสลิมีน ได้รับการก่อตั้งขึ้น ณ ประเทศอียิปต์ในราวปี ฮ.ศ. 1928 หลังจาก่อตั้งได้ไม่น่านแนวคิดนี้ก็ขยายตัวและแพร่ไปยังหลายประเทศจวบถึงปัจจุบันนับแล้วไม่ต่ำกว่า 72 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศอาหรับทุกประเทศและกระจายตัวอยู่ทุกทวีปของโลก (1)

เป็นที่น่าสังเกตว่าขบวนการอิควานุลมุสลิมีนให้ความสำคัญกับประเทศซาอุฯ เป็นอย่างสูงนับแต่ก่อตั้งเลยทีเดียว โดยผู้ก่อตั้งคาดหวังไว้ว่าจะให้เป็นฐานที่มั่นแก่ขบวนการ การเลือกและให้ความสำคัญต่อประเทศนี้มิได้เกิดขึ้นแบบไร้สาระ หากแต่เพราะมองถึงสถานะภมิศาสตร์(มีมักกะห์และมะดีนะห์)ที่มีผลต่อจิตใจของผู้คน ดังนั้นจึงสามารถกล่าวได้ว่าซาอุฯเป็นประเทศต้นๆ ที่ขบวนการดังกล่าวได้แผ่ขยายเข้าไป

หากจะนับถอยหลังไป เราจะพบว่าขบวนการนี้ให้ความสำคัญกับประเทศซาอุฯ มาตั้งแต่ก่อตั้งกลุ่ม คือย้อนหลังไปถึงยุคของกษัตริอับดุลอะซี๊ซ อาลสะอู๊ด ผู้ก่อตั้งประเทศซาอุฯ (ในยุคหลัง) ผู้ก่อตั้งกลุ่มพยายามเดินทางไปทำฮัจญ์เกือบทุกปี (2) ตลอดห่วงเวลากการทำฮัจญ์ผ็ก่อตั้งกลุ่มก็ได้สานสัมพันธ์กับบุคคลสำคัญๆ ใน “ฮิญาซ-แถบภาคกลางค่อนมาทางตะวันตกของซาอุฯ” และที่เล็งเห็นว่าสนับสนุนแนวคิดของเขา (3)

แต่การสนับสนุนนี้ก็มิได้หมายความว่าทางการจะเห็นด้วยในทันที ดังนั้นเดือนตุลาคมปี ค.ศ 1946 คือหลังจากที่ขบวนการของเขากระจายไปในภูมิภาคประเทศอาหรับ ฮะซัน อัลบันนา จึงมีหนังสือไปถึงกษัตริย์อับดุลอะซี๊ซ อาลสะอู๊ด เพื่อขออนุญาตจัดตั้งสำนักงานอย่างเป็นทางการของขบวนการของเขา ซึ่งเขาก็ทราบดีว่าทางการซาอุฯ แม้แต่ในยุคนั้นก็ห้ามกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเมือง กษัตริย์อับดุลอะซี๊ซ ปฏิเสธคำขอโดยทันทีและกล่าวว่า “เราทั้งหมดก็เป็นพี่น้องมุสลิมอยู่แล้ว” โดยมีสำนวนภาษาอาหรับดังนี้ كلنا إخوان مسلمين (4)

หลักฐานชิ้นหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นความมุ่งหมายอย่างแรกกล้าของหัวหน้าผู้ก่อตั้งที่จะยึดเอาซาอุฯ เป็นที่มั่นของขบวนการเขาคือ เขาเขียนไว้ในหนังสือของเขาที่ชื่อว่า “บันทึกช่วยจำการเผยแพร่และผู้เผยแพร่- مذكرات الدعوة والداعية” ว่ากษัตริย์อับดุลอะซี๊ซได้ส่งที่ปรึกษาของพระองค์ไปอียิปต์ คือภายในปีเดียวกันกับปีที่ก่อตั้งขบวนการฯ เพื่อติดต่อประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการของอียิปต์ให้ส่งครูและอาจารย์มาช่วยสอนในประเทศซาอุฯ

ที่ปรึกษาท่านดังกล่าวมีนามว่า “ฮาฟิซ วะห์บะห์” ซึ่งเดิมเป็นคนอียิปต์ ไปเป็นครูอยู่ในคูเวตระยะหนึ่ง ต่อมาเดินทางเข้าริยาดและประกอบอาชีพครู จนได้รับเลือกเป็นที่ปรึกษาของอษัตริย์อัลดุลอะซี๊ซ ต่อมาได้เป็นทูตของซาอุประจำสหราชอาณาจักร(อังกฤษ)ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง (5)

ฮะซัน อัลบันนา ผู้ก่อตั้งขบวนการฯ ได้หาโอกาสเข้าพบที่ปรึกษากษัตริย์อับดุลอะซี๊ซ เพื่อเสนอเงื่อนไขสำหรับผู้ที่จะได้รับเลือกให้เดินทางไปเป็นครูสอนในซาอุฯ โดยเน้นเมือง “มักกะห์” เป็นหลัก

เขาได้เสนอแนะและตั้งเป็นเงื่อนไขต่อที่ปรึกษาว่าผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกให้ไปเป็นครูนี้ต้องไม่ใช่แค่พนักงานที่คอยแต่รับคำสังนาย แต่ต้องเป็นคนที่จิตสำนึกที่จะทำงานเพื่ออิสลาม มีอุดมการณ์และเป้าหมายรับใช้อิสลามด้วย โดยถืออุดมการณ์เดินตามกิตาบุลลอฮ์ ซูนนะห์ และแนวทางสะลัฟ (ตรงนี้น่าจะดีนะครับ หากทำจริงๆ) (6) ส่วนตัวเขาเองก็ทำหน้าที่ครูอยู่ในเมื่อง “อิสมาอิลียะห์” เมืองที่เขาสถาปนาขบวนการเคลื่อนไหวเพื่ออิสลามของเขาขึ้นมา

#ข้อสังเกต…………….

1) อิควานในซาอุฯ มีเชื้อมาแต่ยุคของกษัตริย์ อับดุลอะซี๊ซ

2) อิทธิพลของครูที่มีต่อศิษย์ เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือต้องมีไม่มากก็น้อย

3) ซาอุฯ เข้มงวดกับกลุ่มการเมืองมาแต่อดีต คือไม่เปิดโอกาสให้มีการจัดตั้งกลุ่มการเมืองใดๆ

4) คนอียิปต์มีอิทธิพลต่อระบบการศึกษาในซาอุฯ มาช้านาน ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาคือผู้วางรากฐานการศึกษาในยุคใหม่แก่ประเทศซาอุฯ

5) ความคิด แนวทาง และขั้นตอนต่างๆ ของขบวนการนี้ ยังไม่เป็นที่เปิดเผย ทางการซาอุฯในยุคนั้นจึงมิอาจทราบได้เลยว่ามีใครบ้างที่ทำงานโดยในนามของขบวนการนี้

——————-
#อ้างอิง
(1) وكيبيديا، الموسوعة الحرة
(2) محمد أبو الاسعاد:السعودية والاخوان المسلمون، مركز الدراسات والمعلومات القانونية لحقوق الانسان، القاهرة،1995
(3) حسام تمام: الاخوان والسعودية-هل دقت ساعة الفراق، جريدة القاهرة، 2003م.
(4) لاكروا، ستيفان:زمن الصحوة(الحركات الاسلامية المعاصرة في السعودية)،ط.1،بيروت،2012م
(5) وكيبيدا الموسوعة الحرة
(6) حسن البنّا، مذكرات الدعوة والداعية، الإسكندرية، دار الدعوة، الطبعة الأولى 2001 ص72