คำพูดอุละมาอ์ซุนนะห์เกี่ยวกับการชุมนุมประท้วงและผลร้ายอันใหญ่หลวง

คำพูดอุละมาอ์ซุนนะห์เกี่ยวกับการชุมนุมประท้วงและผลร้ายอันใหญ่หลวง

1- คำฟัตวาของเชค อับดุลอะซีซ บิน บาซ

เชคอับดุลอะซีซ บิน บาซ -ร่อฮีม่าฮุลลอฮ์- กล่าวว่า “ วิธีการที่ดีย่อมเป็นสื่อสำคัญที่จะให้ความจริงได้รับการยอมรับ  ส่วนวิธีการที่รุนแรงและไม่ดีก็เป็นอันตรายใหญ่หลวงต่อการปฏิเสธความจริง   หรือเป็นฉนวนของความสับสน  ความอธรรม  การเป็นศัตรู และการก่อเหตุวิวาท
การชุมนุมประท้วงที่คนบางกลุ่มกระทำขึ้นก็จัดอยู่ในประเภทหลังนี้เช่นกัน    ซึ่งนับเป็นสาเหตุสำคัญที่สร้างอันตรายและความเสียหายต่อนักเผยแพร่  ดังนั้นการเดินขบวนไปตามท้องถนนหรือตะโกนโห่ร้องจึงไม่ใช่วิธีการถูกต้องและสร้างสรรค์หรือเป็นวิธีการเรียกร้องไปสู่ความดีงาม  หากแต่วิธีการที่ถูกต้องนั้นก็คือการเยี่ยมเยือน(หากทำได้)  ส่งสารด้วยการเรียกร้องไปสู่สิ่งที่ดีกว่า  ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นหัวหน้า  ผู้นำ  หรือผู้นำตระกูล  ก็สมควรจะได้รับคำเตือนท้วงติงด้วยวิธีการดังกล่าว  ไม่ใช่ด้วยความรุนแรงหรือชุมนุมประท้วง
ท่านนบีมุฮำหมัด ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อยู่มักกะห์นานถึงสิบสามปี  ท่านก็ไม่เคยใช้วิธีการเดินชุมนุมประท้วง(ทั้งๆ ที่ท่านและผู้ศรัทธาทั้งหลายก็ได้รับการกดขี่ข่มเหงจากชาวมักกะห์ผู้ไม่ศรัทธา)  ท่านนบีไม่เคยข่มขู่ว่าจะประทุษร้ายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ข่มเหงแต่อย่างใด
ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าวิธีการดังกล่าว (การชุมนุมประท้วง) จะก่อเกิดความเสียหายแก่นักเผยแพร่และการเผยแพร่ อีกทั้งยังเป็นการกีดกันมิให้การเผยแพร่ขยายตัวออกไปอีกด้วย  ผู้มีอำนาจทั้งหลายก็จะตั้งตนเป็นศัตรูและขัดขวางการเผยแพร่เท่าที่พวกเขากระทำได้  ผู้เดินขบวนอาจทำไปด้วยเจตนาอันดี  แต่สิ่งที่ได้รับกลับกลายเป็นตรงกันข้าม
การที่ผู้เรียกร้องไปสู่อัลลลอฮ์เจริญรอยตามวิถีทางของบรรดาร่อซูลซึ่งอาจจะมีผลล่าช้าไปบ้างแต่ก็ยังดีกว่าการกระทำที่ก่อให้เกิดผลร้ายต่อการเผยแพร่  หรืออาจทำให้การเผยแพร่เป็นอันต้องยุติลง  ไม่มีพลังและอำนาจใดเว้นแต่ด้วยพลังและอำนาจของอัลลอฮ์”

คัดจากวารสาร อัล-บุฮูษ อัล-อิสลามียะห์ ฉบับที่ 31 หน้า310
เชคอับดุลอะซีซ บิน บาซ- ร่อฮีม่าฮุลลอฮ์-    ยังถูกถามอีกว่า การชุมนุมประท้วงของบุรุษและสตรีที่กระทำต่อผู้ปกครอง ถือได้ว่าเป็นสื่อที่ถูกต้องตามหลักการในการเรียกร้องหรือไม่  และหากผู้ประท้วงต้องเสียชีวิตลง จะถือว่าเป็นผู้เสียชีวิตในหนทางของอัลลอฮ์(ชะฮีด)หรือไม่
ท่านตอบว่า “ฉันไม่เห็นว่าการประท้วงไม่ว่ากระทำโดยสตรีหรือบุรุษ  เป็นวิธีการที่จะแก้ปัญหาได้  ตรงกันข้าม การประท้วงกลับเป็นเหตุแห่งความวุ่นวายและความเลวร้าย  เป็นเหตุแห่งการอธรรมผู้อื่นและทำร้ายผู้อื่นโดยมิชอบ   ส่วนวิธีการที่ถูกต้องตามหลักการก็คือการส่งสาร(ท่านร่อซูลเคยปฏิบัติต่อผู้นำที่ยิ่งใหญ่ในอดีตทั้งผู้นำของโรมันและเปอร์เชีย) การตักเตือน  และการเรียกร้องสู่คุณธรรมด้วยสันติวิธีนี้เป็นแนวทางของนักวิชาการทั้งหลายทั้งปวง  อีกทั้งเป็นแนวทางของบรรดาศ่อฮาบะห์และผู้เจริญรอยตามท่านเหล่านั้นด้วยดี  ซึ่งต่างก็ใช้การพบปะพูดคุยหรือการเจรจากับผู้นำและผู้มีอำนาจ มากกว่าการที่จะใช้วิธีการประจานบนธรรมมาสหรือในที่สาธารณะ  ว่าเขาชั่วอย่างนั้นเขาเลวอย่างนี้  อัลลอฮ์เท่านั้นคือผู้ช่วยเหลือ”

คัดจากเทปบันทึกเสียงการบรรยายธรรมชุด มุคตะต่อฟาต มิน อักวาลิล อุละมาอ์

2- คำฟัตวาของเชค ซอและห์ อิบนุ อุษัยมีน

ท่านถูกถามว่า การชุมนุมประท้วงนับเป็นสื่อของการเรียกร้องที่ถูกต้องตามหลักการหรือไม่ ?
ท่านตอบว่า “ อัลฮัมดุลิลลาห์….. ฯลฯ การชุมนุมประท้วงนับเป็นเรื่องใหม่ซึ่งไม่เป็นที่รู้จักในยุคของท่านนบี ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และก็ไม่เป็นที่รู้จักในยุคของคุละฟาอ์-รอชิดีน(อบูบักร อุมัร อุษมาน และอาลี)  การชุมนุมประท้วงแต่ละครั้งมักจะมีการทำให้เสียทรัพย์และสร้างความโกรธแค้น  การชุมนุมประท้วงจึงเป็นสิ่งที่ต้องห้าม อีกทั้งยังเป็นเหตุให้ชายหญิงปะปนกัน ทุบกระจกประตู  และการกระทำอื่นๆ ที่รุนแรง  อันเป็นสิ่งที่เสียหายและน่ารังเกียจยิ่ง
ส่วนประเด็นการกดดันรัฐบาลนั้น  หากรัฐบาล(ที่ถูกกดดันด้วยการชุมนุมประท้วง)เป็นรัฐบาลมุสลิม  เพียงใช้การตักเตือนด้วยกิตาบุลลอฮ์และซุนนะห์ของท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมก็นับว่าพอเพียงแล้ว  และหากมิใช่รัฐบาลมุสลิม  เขาก็คงไม่มาใยดีต่อผู้ชุมนุมประท้วงแต่อย่างใด  ภายนอกก็อาจจะแสดงความเป็นมิตรต่อผู้ประท้วงแต่ภายในอาจคิดการไม่ดีก็ได้   ดังนั้นจึงเห็นว่าการชุมนุมประท้วงเป็นสิ่งทีไม่น่ากระทำยิ่ง
ส่วนข้ออ้างที่ว่าการชุมนุมประท้วงเป็นไปโดยสันติ  ก็อาจเป็นจริงตามที่อ้างในเบื้องต้น แต่ไม่ช้า (หากมีผู้เข้าร่วมชุมนุมมากขึ้นๆ) ก็จะกลายเป็นการทำลายล้างไปในที่สุด   ดังนั้นฉัน(เชคซอและห์) ขอเตือนหนุ่มสาวว่าให้เจริญรอยตามบรรพชนรุ่นแรกเถิด (สะลัฟ) เพราะอัลลอฮ์ได้ชื่นชมทั้งมุฮาญิรีน(ผู้อพยพจากมักกะห์ไปมะดีนะห์)และอันศอร(ชาวเมืองมะดีนะห์ที่คอยให้ความช่วยเหลือ) อีกทั้งพระองค์ยังได้ชื่นชมผู้คนในยุคต่อมาที่เจริญรอยตามทางท่านเหล่านั้นด้วย

คัดจากหนังสือ อัลญะวาบ อัลอับฮัร หน้า 75

3- คำฟัตวาของ เชค ซอและห์  อิบนุ ฆุซูน

ท่านถูกถามว่า เมื่อประมาณสองปีที่ผ่านมา  เรามักได้ยินผู้ทำงานในแวดวงของนักเรียกร้องพูดกันมากในเรื่องวิธีการการเรียกร้องและต่อต้านสิ่งไม่ดีงาม   บางคนถึงกับกล่าวว่าการชุมประท้วงเป็นวิธีการหนึ่งของการเรียกร้องไปสู่ความดีห้ามปรามความชั่ว  และบางคนก็จัดให้การชุมนุมประท้วงเป็นเรื่องการญิฮาด(การต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์) ไปเลยก็มี (ดังนั้นจึงข้อตั้งเป็นประเด็นคำถามดังนี้)
ก.  ขอให้ท่านอธิบายถึงการชุมนุมประท้วงว่าเป็นวิธีการหนึ่งที่ชอบด้วยหลักการศาสนาหรือไม่อย่างไร หรือเป็นเป็นเพียงอุตหริกรรมที่น่าตำหนิและต้องห้าม

ข.  ขอให้ท่านบอกถึงขอบเขตของการสมาคมกับผู้เรียกร้องไปสู่การประท้วงและผู้เข้าร่วมประท้วงด้วย
ท่านตอบว่า “อัลฮัมดุลิลลาห์ – นับเป็นสิ่งที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการใช้ให้ทำดีและห้ามปรามการทำชั่วเป็นหลักการพื้นฐานศาสนาของอัลลอฮ์ ผู้ทรงสูงส่ง  อัลลอฮ์ตรัสไว้ในคัมภีร์อันชัดแจ้งของพระองค์ว่า “จงเรียกร้องไปสู่หนทางของพระผู้อภิบาลของพวกเจ้าด้วยเหตุผลและคำเตือนที่ดี  และจงตอบโต้พวกเขาด้วยสิ่งที่ดีกว่า” ซูเราะห์ อัลนะห์ลุ อายะห์ที่ 125  เมื่ออัลลอฮ์ส่งมูซาและฮารูนไปยังฟิรอูน  พระองค์ทรงกล่าวแก่ทั้งสองว่า “เจ้าทั้งสองจงพูดแก่เขา(ฟิรอูน)ด้วยคำพูดที่สุภาพ บางทีเขาอาจได้คิดหรือกลัวก็ได้” ซูเราะห์ ฏอฮา อายะห์ที่ 44
ท่านนบี ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้ให้เหตุผล  และใช้ให้ผู้เรียกร้องใช้เหตุผลและความอดกลั้นอดทน  ความดังกล่าวมีอยู่ในอัลกุรอ่าน อัลลอฮ์ตรัสว่า  “ฉันสาบานต่อเวลาว่า   แท้จริงมนุษย์อยู่ในสภาวะขาดทุนเว้นแต่ผู้ศรัทธา  กระทำความดี  ตักเตือนกันในเรื่องสัจธรรม และย้ำเตือนกันในเรื่องความอดทน” อัลอัศริ

ผู้เรียกร้องไปสู่อัลลอฮ์  ผู้ใช้ให้ทำดีและห้ามปรามในเรื่องชั่ว ต้องมีความอดกลั้นอดทน ต้องหวังในภาคผล และต้องอดทนต่อสิ่งที่เป็นผลกระทบจากการเรียกร้องไปสู่หนทางของอัลลอฮ์
ส่วนผู้ใช้ความรุนแรงและ ทำร้ายมนุษย์ด้วยกัน -ขอความคุ้มครองจากอัลลอฮ์ (ให้พ้นจากการกระทำดังกล่าวด้วยเถิด) -อีกทั้งใช้วิธีการสร้างความปั่นป่วน  ความขัดแย้ง  การวิวาท  และความร้าวฉาน   ทั้งหมดนี้เป็นวิถีทางของชัยฏอน   ซึ่งเป็นพื้นฐานการเรียกร้องแบบค่อวาริจ (นอกคอก) พวกนี้จะใช้อาวุธเป็นหลักในการห้ามปรามความชั่วและอาศัยการเข่นฆ่าทำลายล้างผู้ไม่เห็นด้วย ใช้การหลั่งเลือดและการกล่าวหาว่าเป็นกุฟร์  และใช้วิธีการอื่นที่อยู่ในลักษณะเดียวกันนี้   ดังนั้นจึงมีข้อแตกต่างชัดเจนระหว่างวิธีการของศ่อฮาบะห์ผู้เป็นบรรพชนของเราและวิธีการของพวกค่อวาริจรวมถึงผู้ที่ใช้วิธีการเช่นเดียวกันนี้   การเรียกร้องของศ่อฮาบะห์เป็นไปด้วยเหตุผลและคำเตือนที่ดี  เป็นการอธิบายความจริงด้วยความอดกลั้นอดทน  มุ่งหวังภาคผลจากการกระทำ  แต่พวกค่อวาริจ กลับอาศัยการเข่นฆ่า  หลั่งเลือด  และกล่าวหาโจมตีว่าคนนี้คนนั้นเป็นกาฟิร  สร้างความร้าวฉานให้เกิดขึ้นในหมู่มุสลิม  มันเป็นการกระทำที่โสมมยิ่ง   และทั้งยังเป็นอุตหริกรรม(บิดอะห์)อีกด้วย  ผู้ที่ประพฤติเช่นนี้สมควรที่เราต้องตีตัวออกห่าง  และไม่ไว้วางใจอีกด้วย  เพราะผู้คนเหล่านี้สร้างความปั่นป่วนร้าวฉานให้เกิดขึ้นในหมู่มุสลิม  ความเป็นปึกแผ่นนับเป็นเนียอ์มะห์(ความโปรดปราน) ความร้าวฉานนับเป็นนิกมะห์(การลงโทษ)

หากว่าประชาชนเมืองหนึ่งรวมตัวกันเป็นปึกแผ่น พวกเขาก็จะดูน่าเกรงขาม  แต่ปัจจุบันไม่ว่าบ้านใดเมืองใดก็มีแต่การแยกพรรคแยกพวก  ทั้งขัดแย้งทั้งแตกแยก  ศัตรูจึงฉวยโอกาสนี้หรือบางทีมุสลิมก็ฉวยโอกาสนี้เล่นงานซึ่งกันและกัน  นี้คือวิธีการที่เป็นบิดอะห์ที่น่าขยะแขยง เป็นวิธีการของพวกสร้างความร้าวฉาน  พวกเหล่านี้ในอดีตได้ต่อสู้กับท่านอาลี ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุและผู้ที่อยู่เคียงข้างท่านอาลี   พวกเขาอ้างว่าการต่อสู้ของพวกเขาเป็นไปอย่างสร้างสรรค์  แท้ที่จริงแล้วมันคือรากเง้าของความเสียหาย  การอุตหริ  และการแตกแยก   อีกทั้งเป็นการสร้างความร้าวฉานให้เกิดขึ้นในหมู่มุสลิม   ทิ่มแทงมุสลิมด้วยกัน  ในทำนองเดียวกันผู้ที่เห็นด้วยกับพวกนี้และชื่นชมว่าวิธีการดังกล่าวเป็นสิ่งถูกต้องชอบธรรม  ก็นับเป็นผู้ที่เชื่ออย่างผิดๆ  จำต้องได้รับการตีตัวออกห่าง (ได้เว้นบ้างย่อหน้าของคำฟัตวาเกรงจะยืดยาว)

คัดจากวารสาร ซะฟีนะตุลนะญาต ฉนับที่ 2 ปี 1997

4-คำพูดของเชค อะห์หมัด นัจมีย์

ท่านกล่าวถึงข้อสังเกตุของท่านที่มีต่อกลุ่ม อิควานุลมุสลิมีน ซึ่งเป็นข้อสังเกตุที่  23  ว่า
“การชุมนุมประท้วงไม่เป็นที่รู้จักในอิสลามและอิสลามก็ไม่ยอมรับด้วย   ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นสิ่งอุตหริที่เกิดขึ้นใหม่   เป็นการกระทำของกุฟฟาร   ซึ่งเล็ดลอดเข้ามาสู่พวกเรา(มุสลิม)  และส่วนใหญ่ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรพวกเรามักทำตามเสมอ
อิสลามจะชนะศัตรูด้วยการชุมนุมประท้วงก็หาไม่   แต่จะชนะก็ด้วยการต่อสู้บนพื้นฐานอะกีดะห์ที่ถูกต้อง   บนแนวทางของท่านนบี ศ้อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ที่ได้วางไว้เป็นรูปแบบที่ชัดเจน  บรรดาร่อซูลในยุคอดีตต่างก็ได้รับการทดสอบมาด้วยวิธีการอันหลากหลาย  แต่ก็ไม่มีท่านใดได้รับบัญชาจากอัลลอฮ์(ให้ชุมนุมประท้วง)นอกเสียจากให้อดกลั้นอดทน(ในขณะที่ไม่มีกำลังความสามารถพอที่จะต่อสู้กับศัตรูได้)  ดูนบีมูซาเป็นตัวอย่าง  ท่านได้กล่าวแก่หมู่ชนของท่านตามที่อัลลอฮ์ได้เล่าให้เราฟังดังนี้ “มูซาได้กล่าวแก่หมู่ชนของเขาว่า พวกท่านจงขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์และจงอดทนเถิด  แท้จริงแผ่นดินของอัอลลอฮ์นั้น  พระองค์จะมอบเป็นมรดกแก่ผู้ใดก็ได้จากปวงบ่าวของพระองค์ตามที่ทรงประสงค์  และบั้นปลายนั้นเป็นของผู้ยำเกรง” อัลอะอ์รอฟ อายะห์ที่ 138

ทั้งๆที่ฟิรอูนกดขี่ข่มเหงหมู่ชนของมูซาสักเพียงใดก็ตาม  ทารกเพศชายที่เกิดมาก็ถูกฟิรอูนสั่งฆ่าเสียสิ้น  จะเว้นแต่ทารกเพศหญิงเท่านั้น
ท่านนบีมุฮำหมัด  ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็ได้กล่าวแก่หมู่ชนของท่านในขณะที่พวกเขาร้องเรียนท่านถึงการข่มเหงของมุชริกีน(ชาวมักกะห์)ที่มีต่อพวกเขาว่า “แท้จริงคนก่อนหน้าพวกเจ้าถูกนำมาแล้วเอาเลื่อยผ่าตั้งแต่ศรีษะจรดเท้า ก็ยังไม่ทำให้เขาละทิ้งศาสนา  ไม่ช้าอัลลอฮ์จะให้แก่ศาสนานี้(คือจะรุ่งเรืองและยิ่งใหญ่) จนกระทั้งผู้เดินทางจากเมื่องศอนอาอ์ไปยังเมืองฮะฎ่อร่อมูตอย่างไม่ต้องกลัวสิ่งใดนอกจากอัลลลอฮ์ แม้ว่าสุนัขจิ้งจอกจะอยู่กับฝูงแกะของเขาก็ตาม   หากแต่พวกเจ้าทั้งหลายกลับรีบร้อนกันเหลือเกิน”
ท่านนบีไม่ได้ใช้ให้บรรดาศ่อฮาบะห์ออกไปเดินชุมนุมประท้วงมุชริกีนหรือลอบสังหารพวกเขาแต่ประการใด
คัดจากหนังสือ อัลเมาริดอัลอัซบ์  หน้า 228

5- สารน์ทักท้วงจากเชคอับดุลอะซีซ บิน บาซ ถึงเชคอับดุรเราะห์มาน อับดุล คอลิก เกี่ยวเรื่องการชุมประท้วง

เชคอับดุลอะซีซ บิน บาซ ได้ส่งหนังสือทักท้วงไปยังเชคอับดุรเราะห์มาน อับดุล คอลิกเกี่ยวกับข้อผิดพลาดหลายเรื่องที่พบในหนังสือของเชคอับอุรเราะห์มาน  หนึ่งในข้อผิดพลาดดังกล่าวคือ เรื่องการชุมนุมประท้วง
ในหนังสือ อัซซิยาซะห์ อัชชัรอียะห์ ของท่านอับดุรเราะห์มาน อับดุล คอลิก หน้า 31-33ปรากฏข้อความดังต่อไปนี้

ท่านร่อซูล  ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ใช้วิธีการหลากหลายในการเรียกร้องไปสู่อัลลอฮ์  ซึ่งเป็นวิธีที่เป็นที่รู้จักในยุคนั้น  ท่านได้ใช้การปฏิสัมพันธ์กับผู้คน   การเรียนการสอนแบบพิเศษ (ณ บ้านของ อัรกอมและที่มัสยิด)——–ฯลฯ  และการชุมนุมประท้วง
เชคอับดุลอะซีซ บิน บาซ จึงส่งหนังสือไปทักท้วงโดยกล่าวแก่เชค อับดุรเราะห์มาน โดยระบุไว้ใน

ประการที่หก ว่า     “ท่านได้กล่าวไว้ในหนังสือของท่านที่ชื่อว่า ฟุศูล มินัซซิยาซะห์ อัชชัรอียะห์ ในหน้าที่ 31-32 ว่า  การชุมประท้วงเป็นวิธีการหนึ่งของการเรียกของท่านร่อซูล ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม
ฉันไม่พบตัวบท(หลักฐานทางศาสนา)ใดๆ ที่บ่งชี้ถึงความหมายดังกล่าว   และโปรดระบุว่าผู้รู้ท่านใดที่ได้กล่าวไว้เช่นนั้น  หรือระบุตำราใดที่กล่าวเช่นนั้น  และหากไม่มีที่อ้างอิงใดๆ (ไม่ว่าจะเป็นตัวบททางศาสนาหรือคำพูดและตำราของผู้รู้)  ก็จงเลิกกล่าวเช่นนั้นเสีย  เท่าที่ฉันทราบคือไม่มีตัวบทใดๆ บ่งชี้ในเรื่องดังกล่าว  การชุมนุมประท้วงมีผลเสียมากมายตามที่ทราบกันดีอยู่แล้ว  และหากมีตัวบทหลักฐานที่ศ่อเฮี๊ยะห์(ถูกต้อง)ก็จำเป็นจะต้องนำเสนอโดยละเอียด  ถ้าไม่เช่นนั้นบรรดาผู้ก่อการประท้วงที่สร้างความเสียหายจะเอาไปอ้างอิงได้
ขออัลลอฮ์โปรดประคับประคองเราท่านสู่ความรู้ที่เป็นประโยชน์และการงานที่ถูกต้อง   และขอให้พระองค์แก้ไขหัวใจของเรา  การงานของเราให้ถูกต้องเที่ยงตรง อีกทั้งขอให้พระองค์ทำให้เราเป็นผู้อยู่ในทางนำด้วยเทอญ  พระองค์คือผู้ทรงไว้ซึ่งความเอี้อเฟื้อและทรงเกียรติยิ่ง

วัสสะลามุอะลัยกุม วะเราะห์มะตุลลอฮิ วะบะร่อกาตุห์
ผู้ฟัตวาทั่วไปประจำ ประเทศซาอุดิอาราเบีย
หัวหน้าคณะอุละมาอ์อาวุโส  กองการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการและการฟัตวา
(อับดุลอะซีซ  บิน บาซ)
จดหมายตอบ(จากเชคอับดุรเราะห์มาน อับดุลคอลิก ถึงเชคบินบาซ

ถึงพณฯ ท่านบิดาผู้มีเกียรติ เชค อับดุลอะซีซ บิน บาซ
ขออัลลอฮ์ทรงตอบแทนและรักษาท่าน  ขอให้ท่านอายุยืนเพื่อปวงบ่าวของอัลลอฮ์จะได้รับประโยชน์จากท่าน   และขอให้อัลลอฮ์ยกย่องเชิดชูอิสลามและมุสลิมเพราะท่าน  โอ้อัลลอฮ์โปรดทรงรับการวิงวอนนี้เถิด
อัสลามุอะลัยกุมวะเราะห์มะตุลลอฮ์ วะบะรอกาตุห์
กระผมได้รับจดหมายของท่านลงวันที่ 9/4/1415 ฮ.ศ. เรียบร้อยแล้ว  ท่านได้ให้เกียรติเป็นอย่างสูงด้วยการท้วงติงข้อผิดพลาดที่มีอยู่ในหนังสือและเทปบันทึกเสียงของกระผม  กระผมดีใจมาก-อัลลอฮ์ทรงทราบดีในสิ่งที่กระผมพูด- ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ว่าหากการผิดโดยตั้งใจเป็นสิ่งอนุมัติแล้ว  และพบว่ามีผู้คอยแก้ไขและท้วงติง  กระผมคงกระทำเป็นแน่แท้
ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ว่า หากกระผมจะไม่ผิดเลยคงไม่ทำให้กระผมดีใจเป็นแน่  เพราะกระผมคงจะไม่ได้รับดุอาอ์อันดีงามของท่าน  ที่ขอให้กระผมได้รับการประคับประคองจากอัลลอฮ์  ให้ได้รับความรู้และอีมาน  ขออัลลอฮ์ทรงโปรดเพิ่มพูนให้แก่ท่านซึ่งความดี  ความสุขุม  และคุณธรรม
บางทีการที่อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ให้กระผมต้องผิดพลาดก็คงเพราะเพื่อจะยกฐานะของท่านให้สูงส่งยิ่งๆขึ้นไป    และก็คงเพราะเพื่ออัลลอฮ์จะได้ให้ทางสะดวกแก่กระผมและผู้อื่นที่เป็นเช่นเดียวกับกระผมจากบรรดานักศึกษาทั้งหลาย  ที่จะได้มีโอกาสเรียนรู้ซึ้งถึงจรรยาของผู้มีคุณธรรมทั้งหลายและซึมซับเอาจรรยาเหล่านั้นไว้เป็นของตัว  จรรยาที่ว่านี้ก็คือ ความสุขุม  ความรู้  ความไม่รีบร้อน ความอดกลั้นอดทน  ความชัดเจนในตัวบทหลักฐาน  วิธีการชี้ความผิด  และชี้แจงความไม่ดีงามเหล่านั้น  ขออัลลอฮ์ทรงเพิ่มพูนให้แก่ท่าน โอ้ท่านบิดาที่รักยิ่ง  ซึ่งความมีเกียรติ  ความยิ่งใหญ่ และความสูงส่ง
กระผมพอใจที่จะประกาศแก่พณฯ ท่านว่า กระผมขอกลับไปยึดสิ่งที่ท่านพูดทุกประการ(คือขอยกเลิกความเข้าใจเดิมที่ว่าการชุมนุมประท้วงเป็นแบบอย่างของนบีและบรรศ่อฮาบะห์) และกระผมจะพูดตามที่ท่านพูดทุกประการ  เพราะสิ่งที่ท่านพูดนั้นเป็นความจริงที่กระผมจะยึดถือเอาไว้เป็นความเชื่อและเป็นแนวทางปฏิบัติศาสนกิจต่ออัลลอฮ์  กระผมจะไม่คัดค้านท่านในเรื่องดังกล่าวแม้แต่อักษรเดียว  เพื่อจะได้เป็นการยืนยันในการปฏิบัติตามคำสั่งและขอคำร้องของท่าน  กระผมจะจดจำทุกถ้อยคำที่ท่านท้วงติง   พร้อมทั้งแจ้งถึงความผิดพลาดและการยอมถอนตัวจากความผิดของกระผม  ขออัลลอฮ์โปรดรับสิ่งที่กระผม  ท่าน และบรรดามุสลิมพูดไว้ ณ ที่พระองค์   กระผมขออภัยโทษต่ออัลลอฮ์  ซุบฮานะฮูวะตะอาลา จากความผิดพลาดที่เกิดขี้นทั้งจากปากกาและลิ้น
วัสลามุอะลัยกุมวะเราะห์มะตุลลอฮ์ วะบะร่อกาตุห์
ลูกศิษย์ของท่าน
อับดุรเราะห์มาน  อับดุลคอลิก

ฟัตวาเรื่องเดินขบวน โดยปราชญ์แห่งนครม่าดีนะห์
อัลอัลลามะห์ เชค ดร. ซอแและห์ อัซซุฮัยมีย์ -หะฟิซ่อฮุลลอฮ

“الدُّخول في المظاهرات عملٌ يهوديٌّ ماسونيٌّ ليس من عمل المسلمين ولا يقرُّه الإسلام وليس عليه دليلٌ من الشَّرع، ولا نلتفت إلى من يفتي به من الذين يتسرَّعون، حتَّى الذين قتلوا أنفسهم يقولون أنَّهم شهداء والرَّسول- صلَّى الله عليه وسلَّم- يقول: “من قتل نفسه فهو في النَّار” فنبرأ إلى الله من هذه الفتاوى ومن أهلها وإن تحدَّثوا من قناة (الخسيرة) أو غيرها من القنوات الفاسدة المفسدة. هذا الكلام أيضاً انقله عنِّي، ويكفي أنَّ المظاهرات تؤيدِّها ثلاث جهات:

*الغرب بمن فيهم أمريكا وأوربَّا بكافَّة دولها.

*والرَّافضة سواءً كان منهم في إيران أو حزب الشَّيطان أو غيرهم في بلاد الشَّام أو غير ذلك.

*أو كذلك الأمر الثَّالث: الذين يؤيِّدونهم العلمانيون والليبراليُّون والملاحدة الذين يريدون أن ينسخوا الدين ويريدون أن يطفئوا نور الله بأفواههم ويأبى الله إلا أن يتمَّ نوره ولو كره الكافرون. فأَبْلِغوا الإخوة بأنَّ الدُّخول في هذه المظاهرات أو الإضرابات مهما كان الحاكم فإنَّ هذا العمل غير صحيحٍ ويُمَكِّن لأعداء الإسلام من الدُّخول في صفوف المسلمين، ويكفي أنَّها في بعض البلاد اختلط فيها الحابلُ بالنَّابل؛ الرَّافضيّ مع اليهوديّ مع النصرانيّ مع أدعياء السُّنَّة مع غوغائيِّين مع الزُّناة واللوطيِّين ومع العلمانيِّين واللبراليِّين ومع سائر المجرمين الذين يدخلون في مثل هذه المظاهرات. فأوصي نفسي وإخوتي أهل السُّنَّة أن لا يدخلوا فيها وأن يلزموا بيوتهم، وأن يبتعدوا عن هذه الفتن، إذا اعْتُدِيَ عليهم يدافعون عن أنفسهم، أَمَّا أن يدخلوا في هذه المظاهرات مهما كانت المظالم ومهما كانت الأمور فإنَّ ذلك لا يقرُّه الشَّرع بل هو مبدأٌ من مبادئ الماسونيَّة الصُّهيونيَّة العالميَّة. وفَّق الله الجميع لما يحبُّ ويرضى، وصلَّى الله وسلَّم على نبيِّنا محمَّد وعلى آله وصحبه.”

[كلمةٌ لفضيلته منشورةٌ على الشَّبكة يوم الثُّلاثاء الموافق: 19 ربيع الأوَّل 1432هـ].

คำแปล สรุป
– การเข้าร่วมการเดินขบวนประท้วงนั้นเป็นงานของยะฮูด มาโซนีย์ ไม่ใช่งานของมุสลิมีน และอิสลามมิยอมรับการกระทำเช่นนี้
– การเดินขบวนไม่มีหลักฐานจากบทบัญญัติเลย
– คนตายในการประท้วงไม่ใช่ชะหีด

คนที่สนับสนุนการประท้วงนั้นมีอยู่ 3 พวกคือ 
1 – ตะวันตก พวกอเมริกา และประเทศยุโรป
2 – พวกรอฟิเฎาะห์ ไม่ว่าจากอิหร่าน หรือพรรคซัยฏอน หรือจากชาม ซีเรียเลบานอน
3 – พวกนิยมโลกาภิวัฒน์ และพวกลิเบอรัลตลอดจนพวกเฉออกจากหลักการศาสนา

– การเข้าร่วมการเดินขบวน การประท้วง ไม่ว่าผู้ปกครองจะเป็นใคร อธรรมอย่างใรก็ตาม ถือว่าไม่ถูกต้อง
-ในการเดินขบวนนั้น มีการปะปนกันของคนชั่วนาๆชนิด ชีอะห์ ยะฮูด คริสต์ พวกทำซินา พวกเกย์ หรือพวกที่อ้างว่าเป็นซุนนะห์ พวกอาชญากรทุกประเภท
– ขอสั่งเสีย ตัวฉันเองและพี่นองฉันที่เป็นชาวซุนนะห์ทั้งหลาย มิให้เข้าร่วมในการชุมนุม ประท้วง และขอให้อยู่ภายในบ้าน และหลีกห่างความวุ่นวาย เสียหายนี้
– แต่ถ้าถูกละเมิด ก็สามารถปกป้อง ป้องกันตัวเองใด้
– ดังนั้นการร่วมชุมนุม ประท้วงนั้น ไม่ว่าจะมีการอธรรมมากขนาดใหน จะในเรื่องใดก็ตาม เป็นสิ่งที่ไม่ชอบด้วยหลักการศาสนา ทว่ามันเป็นอุดมการณ์ของพวกขบวนการมาโซนีย ยิวสากล

ที่มาของบทความ :  http://www.rsalafs.com/play-486.html