กุรบ่าน กับปมปัญญหาในสังคม (ตอนที่หนึ่ง)

191

กุรบ่านหรือสัตว์พลี มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งคือ “อุฏฮียะห์” มีพหูพจน์ว่า “อะฎอฮี” ประวัติความเป็นมานั้นทุกคนทราบดีแล้วจึงจะไม่ขอกล่าวถึง หรือหากใครยังไม่ทราบก็ถามมาเป็นส่วนตัวได้

เนื้อหาสาระของ “อุฏฮียะห์” จะมีอะไรบ้าง ท่านสามารถหาอ่านได้จากตำราที่มีการพิมพ์เผยแพร่อยู่หลายสำนัก แต่ในที่นี้จะขอกล่าวในประเด็นการซื้อขายสัตว์เพื่อนำมาเป็น “กุรบ่าน” หรือนำมาเป็น “อุฏฮียะห์”

#สภาพของผู้ที่จะทำกุรบ่าน
หนึ่ง เลี้ยงสัตว์เองและเป็นเจ้าของเอง เมื่อครบอายุตามที่ศาสนากำหนด ก็นำสัตว์ที่ตนเลี้ยงไว้มาเชือดทำกุรบ่าน

สอง ไม่ได้เลี้ยงเอง แต่ไปหาซื้อมาด้วยตัวเอง เมื่อใกล้เวลาทำกุรบ่าน พอได้เวลาก็นำมาเชือดเพื่อทำกุรบ่าน

สาม ไม่ได้เลี้ยงเอง แต่มอบหมายให้คนสันทัดกรณีไปหาซื้อสัตว์ที่สามารถนำมาทำกุรบ่านได้

สี่ ไม่ได้เลี้ยงเอง แต่มอบหมายให้คนอื่นทำการแทนทั้งหมด คือตั้งแต่ซื้อมา เชือด และแจกเนื้อให้

ห้า เหมือนกรณีที่สี่ เพียงแต่เจ้าของกุรบ่านมีการเข้าหุ้นกันเจ็ดคน แล้วทั้งเจ็ดก็มอบหมายให้ใครคนใดคนหนึ่งในเจ็ดคนหรือคนอื่น ทำการแทนให้หมด ตั้งแต่หาสัตว์ ซื้อสัตว์ เชือดสัตว์ และแจกเนื้อ

#ข้อสังเกตุ
1- นอกเหนือจากกรณีที่หนึ่งแล้ว กรณีอื่นๆ มีสิ่งสำคัญสองประการที่ขาดไม่ได้คือ มีการซื้อขายและมีการมอบหมาย ซื้อขายเรียกว่า “บัยอ์” และมอบหมายเรียกว่า “วะกาละห์”

2- กุรบ่านเป็นเรื่องอิบาดะห์ เป็นเรื่องการเสียสระ เป็นเรื่องของการทำบุญ แต่ก็มีกฏที่ต้องปฏิบัติอยู่หลายข้อ กฏที่ว่านี้ศาสนาเป็นผู้กำหนด หากละเมิดกฏเกณฑ์สำคัญเหล่านั้น สัตว์ที่เชือดก็ไม่เรียกว่า “กุรบ่าน” หรือเรียกว่า “อุฎฮียะห์” แสดงว่ากฏใดที่ศาสนากำหนดไว้แน่นอน ใครก็ตัดทอนไม่ได้ ต่อเติมเสริมแต่งไม่ได้ เพียงแค่จะอ้างเอาความปราถนาดี เจตนาดีมาหักล้างย่อมไม่ได้เช่นกัน

3- กฏเกณฑ์หลักๆ เท่าที่ท่านทั้งหลายเคยได้ยินมาบ้างคืออายุของสัตว์ที่จะนำมาเชือด สุขภาพของสัตว์ที่จะนำมาเชือด เวลาที่จะเชื่อด อย่างนี้เป็นต้น ใครไม่นำพากฏข้อหนึ่งข้อใด แม้เขาจะทำตามกฏอื่นๆ สัตว์ที่เขาเชื่อดก็ไม่เรียว่า “กุรบ่าน” หรือ “อุฎฮียะห์”

4- นอกเหนือจากที่ศาสนาได้วางกฏเกณฑ์เกี่ยวกับกุรบ่านไว้แล้ว ศาสนายังได้วางกฏเกณฑ์ของการมอบหมายและการซื้อขายไว้ด้วย ดังนั้นแม้เราจะซื้อสัตว์มาทำกุรบ่านเพื่อเป็นการทำบุญ แต่เราก็ต้องยึดกฏเกณฑ์ของการซื้อขายตามที่ศาสนากำหนด เราจะอ้างว่าเราทำบุญด้วยการทำกุรบ่าน เลยไม่จำเป็นต้องเคร่งครัดกฏเกณฑ์ซื้อขายหรือมอบหมายตามที่ศาสนากำหนด ความเข้าใจเช่นนี้เป็นความเข้าใจที่ผิดถนัด เพราะแม้แต่กฏเกณฑ์ของกุรบ่านเองเรายังมิอาจยกเลิก ละเลย หรือหละลวมได้ ไฉนเลยจึงเอาเหตุแห่งการทำกุรบ่านมายกเลิกกฏเกณฑ์การซื้อขายหรือการมอบหมายเล่า โดยอ้างเอาตามความรู้สึกว่าเป็นเรื่องการทำบุญ เป็นเรื่องไม่หวังสิ่งตอบแทน หรือเป็นเรื่องเจตนาดี

5- ผมได้เขียนเรื่องการมอบหมายตามหลักการศาสนา และได้นำเสนอให้อ่านไปสองตอนแล้ว เพื่อเป็นพื้นฐานในการปูทางไปสู่ความเข้าใจในเรื่องการซื้อสัตว์เพื่อนำมาทำกุรบ่าน และมอบหมายให้ผู้อื่นทำการแทน หากผู้ใดยังมิได้อ่านก็โปรดย้อนกลับอ่านเสียก่อนนะครับ

6- ส่วนเรื่องการซื้อขาย ก็ให้ย้อนกลับไปอ่านเรื่องโต๊ะจีนให้ดี เพราะทั้งสองเรื่องนี้เกี่ยวข้องตรงๆ กับการทำกุรบ่านในบ้านเรา ผมสามารถรู้ได้ทันทีว่าคนที่มาคอมเม้นท์ผม อ่านหรือไม่อ่านสิ่งที่ผมนำเสนอไปแล้ว ขั้นแรกผมจะแนะนำให้ไปอ่านและศึกษาพื้นฐานเสียก่อน หากยังดึงดันมาคอมเม้นท์มั่วๆ อีกผมก็จะบล๊อกทันที่ เพราะเสียเวลาให้ความรู้

7- ผมจะไม่พุ่งเป้าไปหาบุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือองค์กรหนึ่งองค์กรใดเป็นการเฉพาะ เพราะมิได้ประสงค์จะทำลายหรือทำร้ายใคร ผมมีประสงค์แค่เพียงต้องการให้ทุกๆ คนทำในสิ่งที่ถูกต้องตามหลักการศาสนา แต่ก็เปิดกว้างให้ผู้เห็นต่างตอบโต้ หักล้าง และชี้แจงอย่างมีหลักการ อย่างมีเหตุผล แต่ถ้าเป็นการยกเมฆ สาดแข่งเปล่า กล่าวหา ให้ร้ายอย่างเลื่อนลอย ผมขอสงวนสิทธิ์ที่จะตอบโต้หรือไม่ตอบโต้ตามที่เห็นควร

الفقير إلى ربه وغفرالله له
أبو الوفاء إسحاق عبد الرحمن فونجماني

อิสฮาก พงษ์มณี