กุรบ่านกับปมปัญหาในสังคม (ตอนที่สอง)

192

กุรบ่านกับปมปัญหาในสังคม (ตอนที่สอง)
******************************************

การซื้อขายสัตว์(วัว)เพื่อทำกุรบ่านที่ทำกันโดยทั่วไปพอสรุปได้เป็นสามลักษณะดังนี้คือ

#ซื้อขายทันที
#จองเพื่อซื้อ
#มอบหมายให้ซื้อ

ลักษนะที่หนึ่งคือซื้อขายทันที
การที่ตัวแทนของมัสยิด องค์กร หรือสำนักการศึกษา ประกาศขายกุรบ่าน โดยแบ่งส่วน (สัตว์คือวัวเป็นส่วนใหญ่) เป็นเจ็ดส่วน โดยกำหนดราคาส่วนละ 4000 ถึง 5000 บาท หากผู้ใดสนใจอาจจ่ายเงินเลยหรือลงชื้อไว้เพื่อเรียกเก็บภายหลัง

หากเรานำหลักการซื้อขายมาบังคับใช้กับกรณีนี้ เราสามารถแยกได้ดังนี้คือ

#ผู้ขาย
#ผู้ซื้อ
#สินค้า ซึ่งก็คือสัตว์ที่สามรถนำมาเชือดทำกุรบ่านได้
#สถานที่และช่วงเวลาที่ทำข้อตกลงกัน เรียกว่า“มัจลิซุลอักด์”

ประเด็นวิเคราะห์ (กรณีประกาศขาย)
1-ผู้ขายอาจเป็นเจ้าของวัวเองหรือเป็นตัวแทนเจ้าของวัวก็ได้ เรียกว่า “ฝ่ายผู้ขาย”
กรณีนี้เขาสามารถเอากำไรจากสินค้าได้เพราะเขาคือพ่อค้า เช่น หากเขาซื้อวัวมาหนึ่งตัวในราคา 25000 บาท ขายไปในราคา 35000 บาท ส่วนต่างคือกำไรที่เขาควรได้

2-ส่วนผู้ซื้อจะซื้อเองหรือมอบหมายให้ใครซื้อแทนก็ได้ตามกฏเกณฑ์ของการมอบหมาย

3- สินค้าก็คือวัวหนึ่งตัวหรือหลายตัวก็สุดแท้แต่ หากผู้ขายนำวัวมาแสดงต่อหน้าผู้ซื้อ แล้วผู้ซื้อพอใจในราคาที่กำหนดตามความเหมาะสมของวัวตัวนั้น การซื้อขายนั้นก็จบลงโดยไม่มีปัญหา
ส่วนว่าผู้ซื้อจะรับมอบมาเลยหรือจะรอจนกว่าจะถึงวันเชือด ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งเป็นข้อตกลงกันเองระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย

3-ช่วงเวลาที่ทำการตกลงซื้อขายกันนี้ เป็นช่วงเวลาสำคัญมาก นักวิชาการเรียกว่า “มัจลิซุลอักด์” เพราะตราบใดที่ทั้งคู่ไม่แยกจากกัน ทั้งคู่มีสิทธิ์ยกเลิกสัญญาซื้อขายนี้ แต่ถ้าแยกจากกันแล้ว ก็ถือว่าการซื้อขายนี้ยุติลงโดยสมบูรณ์

4-แต่ถ้าผู้ขายมิได้นำวัวมาให้ผู้ซื้อเห็นจะด้วยเหตุว่ายังมิได้มีวัวหรือยังไม่สามารถนำมาให้ดูได้ การซื้อขายนี้ก็จะเกิดปัญหาทันที

ปัญหาที่หนึ่ง ราคาถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วว่าส่วนละเท่าใด ในขณะที่ผู้ซื้อยังไม่เห็นสินค้าและสินค้านั้นจะสมราคาหรือไม่อย่างไร การซื้อขายลักษณะนี้จะขาดเงื่อนไขสำคัญของการซื้อขาย อย่างน้อยสองประการคือ

1) ความพอใจของทั้งสองฝ่าย
2) ความชัดเจนของสินค้า

ข้อแรกผิดจากนัยอัลกุรอ่านที่ว่า
يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا لَا تَأْكُلُوا أَمْوَالَكُم بَيْنَكُم بِالْبَاطِلِ إِلَّا أَن تَكُونَ تِجَارَةً عَن تَرَاضٍ مِّنكُمْ
“โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย พวกเจ้าทั้งหลายอย่าบริโภคทรัพย์ระหว่างกันในทางที่มิชอบ ยกเว้นจะเป็นการค้าจากความพึงพอใจจากพวกเจ้า” อันนิซาอ์/ 29

หากจะมีคนแย้งว่าทั้งผู้ซื้อผู้ขายยินยอมแม้จะไม่เห็นสินค้าก็ตาม ย่อมหมายถึงความพึงพอใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย ก็ขอเรียนว่าความพึงพอใจในสิ่งที่ผิดหลักการ ศาสนาไม่นำมาพิจาณา การพอใจในซื้อสิ่งที่ไม่เห็นและไม่ทราบคุณสมบัติตามราคาที่ผู้ขายกำหนด เป็นเรื่องไม่สามารถเกิดขึ้นจริงได้ ยกเว้นจะสมยอมเนื่องด้วยเหตุผลอื่นจากคำว่า “พึงพอใจ” เช่นจำยอมเพราะต่อรองไม่ได้ หรือจำยอมเพราะอยากทำกุรบ่าน จำยอมเพราะเห็นไม่มีตัวเลือก

ข้อสองผิดนัยของฮะดีษที่ว่า
عن أبي هريرة رضي الله عنه قال: نهى رسول الله -صلى الله عليه وسلم- عن بيع الحَصَاةِ وعن بيع الغَرَرِ رواه مسلم وغيره
มีรายงานจากอบูฮุรอยเราะห์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า “ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ห้ามซื้อขายลักษณะ “ฮะศ๊อต” และการซื้อขายลักษณะไม่ชัดเจน”

#การซื้อขายลักษณะ “ฮะศ๊อต”
คือหากเป็นเนื้อที่ ผู้ขายก็จะกำหนดให้ผู้ซื้อขว้างลูกหินไปสุดแรง ตกลงตรงไหนก็ถือว่าสุดตรงนั้น และซื้อขายกันตามเนื้อที่ดังกล่าว

หากเป็นสัตว์ในฝูง ผู้ขายก็จะให้ผู้ซื้อโยนลูกหินไปในฝูงสัตว์ดังกล่าว หากลูกหินโดนตัวใด ก็ถือว่าต้องซื้อต้องขายตัวนั้น ทั้งนี้การซื้อขายลักษณะ “ฮะศ๊อต” มิได้แปลว่า ซื้อขายสัตว์ที่กำลังล่า คำแปลนี้ไม่ปรากฏในตำราใดทั้งสิ้น เป็นการยกเมฆเอาเองของคนที่แปลผิด

#ส่วนการซื้อขายลักษณะ “ฆ่อร๊อร”
คือการซื้อขายที่ขาดความชัดเจน ซึ่งมีนัยกว้างมากครอบคลุมถึงความไม่ชัดเจนทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเวลาส่งมอบ คุณสมบัติของสินค้า ปริมาณ หรือราคาของสินค้า

ให้สังเกตุว่า การซื้อวัวโดยที่ผู้ซื้อไม่เห็นและไม่ทราบคุณสมบัติเลย จึงเป็นการค้าที่เกิดความไม่ชัดเจนสูงมาก คือมากกว่าการซื้อขายลักษณะ “ฮะศ๊อต” ด้วยซ้ำไป เพราะการซื้อขายลักษณะ “ฮะศ๊อต” ผู้ซื้อยังเห็นสัตว์ทั้งฝูง เพียงแต่ไม่สามารถกำหนดตัวหนึ่งตัวใดได้ตามต้องการเท่านั้น

ความผิดเหล่านี้คือในกรณีที่ผู้ซื้อจ่ายเงินให้แก่ผู้ขายทันที แต่หากว่าเป็นเพียงแค่ตกลงซื้อขายกันโดยที่แต่ละฝ่ายมิได้ส่งมอบสิ่งใดให้แก่กันและกัน ก็จะเข้าข่ายความผิดที่สามคือ

ปัญหาที่สอง ผิดฐาน “บัยอุลกาลิอ์ บิลกาลิอ์”

บัยอุลกาลิอ์บิลกาลิอ์ คืออะไร คือการที่ผู้ซื้อและผู้ขายทำสัญญาซื้อขายกันโดยแต่ละฝ่ายมิได้ส่งมอบอะไรให้แก่กันและกัน เรียกว่าสัญญาเปล่าๆ เมื่อเป็นสัญญาซื้อขายก็ย่อมผูกมัดซึ่งกันและกัน เรื่องนี้แม้จะมีฮะดีษที่ไม่แข็งแรงนัก แต่ปวงปราชญต่างเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าการซื้อขายลักษณะดังกล่าวเป็นที่ต้องห้าม

#โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ

الفقير إلى ربه والراجي مغفرته
أبو الوفاء إسحاق عبد الرحمن فونجماني