กุรบ่านกับปมปัญหาสังคม (ตอนที่สี่)

145

กุรบ่านกับปมปัญหาสังคม (ตอนที่สี่)
*************************************

#มอบหมายให้ผู้อื่นซื้อวัวกุรบ่านให้

การมอบหมายผมได้เกริ่นนำไปบ้างพอสมควร ดังนั้นในที่นี้หากผู้ใดยังมิได้อ่านก็ให้ย้อนกลับไปอ่านนะครับเพื่อจะได้มีพื้นฐานที่จะเข้าใจต่อไป

ถามว่าศาสนาอนุญาตหรือไม่ที่จะมอบหมายให้ผู้อื่นซื้อสัตว์เพื่อนำมาทำกุรบ่าน

ในเบื้องต้นก็ต้องตอบว่าได้แน่นอนโดยเอกฉันท์ และยังรวมไปถึงการมอบหมายให้เชือดและแจกเนื้อให้ด้วย
ผู้รับมอบหมายต้องปฏิบัติตามกฏเกณฑ์ของการมอบหมายซึ่งก็ได้กล่าวไปบ้างแล้ว ผู้รับมอบหมายคือผู้ทำการแทนด้วย “อะมานะห์” ซึ่งหมายถึงลักษณะความรับผิดชอบเป็นแบบ “อะมานะห์”

คือรับผิดชอบตามหลักคุณธรรมที่ต้องปฏิบัติให้เหมือนทรัพย์ตน แต่หากปฏิบัติอย่างละหลวม ละเลย และไม่ใส่ใจ ไม่ปฏิบัติดุจทรัพย์ตนแล้วไซร้ ความรับผิดชอบก็จะเปลี่ยนเป็นลักษณะ “ฎ่อมาน” คือต้องชดใช้หากเกิดความเสียหายอันเกิดมาจากความไม่ระมัดระวังของผู้รับมอบ

การมอบหมายมีสองลักษณะคือ แบบกว่างๆ และแบบเฉพาะ การมอบหมายเรื่องซื้อกุรบ่านเป็นการมอบหมายลักษณะเฉพาะด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
1-วัวกุรบ่านหรือแพะก็สุดแท้แต่ เป็นสัตว์ที่ถูกจำกัดอายุ ลักษณะ และเวลาดังนั้น จึงไม่ใช่การมอบหมายลักษณะทั่วไป
2-แม้ว่าผู้มอบหมายมิได้ระบุรายละเอียดก็ตาม ถือว่าผู้รับมอบต้องดำเนินการตามที่กฎที่ศาสนากำหนดคือ อายุสัตว์ต้องได้เกณฑ์ ลักษณะต้องได้เกณฑ์ และต้องก่อนวันอีด คือเวลาต้องได้เกณฑ์

ผู้รับมอบหมายอาจทำเพื่อหวังผลบุญก็ได้ หรือจะเอาค่าจ้างก็ได้ ไม่ถือว่าผิดแต่อย่างใด หากเอาค่าจ้างก็ต้องระบุค่าจ้างชัดเจนก่อนที่จะไปดำเนินการตามที่มอบหมาย เช่น คิดค่าดำเนินการตัวละเท่าใด และหากไม่กำหนด ณ ขณะตกลงกัน การว่าจ้างนั้นก็ผิดและโมฆะ

ผู้รับมอบหมายดังที่กล่าวแล้วคือต้องทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้หมอบหมาย ตัวอย่างเช่น ผู้มอบหมายสั่งให้ซื้อวัวตัวละสี่หมื่นบาท ผู้รับมอบก็ต้องหาวัวในราคาดังกล่าว หากหาไม่ได้ยกเว้นราคาที่ต่ำกว่าหรือสูงกว่า โดยหลักแล้วคือต้องปรึกษาผู้หมอบหมายว่าจะเอาอย่างไร แต่ถ้ามีการตกลงไว้ก่อนล่วงหน้าว่าหากต่ำกว่าเล็กน้อยก็ให้ซื้อไป หรือสูงกว่าเล็กน้อยก็ให้ซื้อไปแล้วค่อยมาเรียกเก็บเงินจากผู้มอบทีหลัง อันนี้ก็เป็นอีกกรณีหนึ่งที่สามารถทำได้เช่นกัน

ที่กล่าวมาแล้วนี้คือกรณีผู้มอบหมายเป็นเจ้าของวัวแต่ผู้เดียว แต่หากเจ้าของมีมากว่าหนึ่ง วิธีการก็ไม่แตกต่างกันแต่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของทั้งหมด กรณีวัวกุรบ่านเจ้าของสูงสุดคือเจ็ดคน

#การกระทำการเกินเลยจากที่ได้รับมอบหมาย

ในทางวิชาการเรียกสิ่งนี้ “อัลฟุฎูลี่” และหากเป็นการซื้อขายก็เรียกว่า “บัยอุลฟุฎูลี่” การซื้อขายลักษณะนี้เกิดขึ้นกรณีผู้รับมอบทำการซื้อหรือขายเกินเลยกว่าการมอบหมาย ซึ่งแบ่งได้เป็นสองลักษณะคือ
— เป็นคุณแก่ผู้มอบ
— เป็นโทษแก่ผู้มอบ

ทัศนะปวงปราชญ์ เกี่ยวกับการซื้อขายลักษณะ “ฟุฎูลี่”
1-ชาฟิอีย์ (เกาลุลญะดี๊ด) อัศฮาบของท่าน, ฮัมบาลีและกลุ่มซอฮิรี่ ถือว่าการซื้อขายโมฆะ
2-อบูฮะนี่ฟะห์ มาลิก ชาฟิอีย์ (อีกวินิจฉัยหนึ่ง) อะห์หมัด (อีกริวายะห์หนึ่ง) อิบนุตัยมียะห์และอิบนุก็อยยิม การซื้อขายดังกล่าวให้ขึ้นอยู่กับความยินยอมของผู้มอบ หากไม่ยินยอมเมื่อทราบภายหลัง ก็ถือว่าการซื้อขายนั้นโมฆะ

ทั้งนี้หากผู้มอบหมายระบุตั้งแต่ต้น ว่าห้ามทำเกินกว่าที่มอบหมายแน่นอนการซื้อขายนั้นโมฆะโดยเอกฉันท์
ทัศณะที่สองมีน้ำหนักกว่า เพราะมีเหตุการณ์เคยเกิดขึ้นในยุค ท่านนบี ศ้อลลัลลอฮุอะลัยะฮิวะซัลลัม ดังนี้
عَنْ عُرْوَةَ: أَنَّ النَّبِيَّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ أَعْطَاهُ دِينَارًا يَشْتَرِي لَهُ بِهِ شَاةً، فَاشْتَرَى لَهُ بِهِ شَاتَيْنِ، فَبَاعَ إِحْدَاهُمَا بِدِينَارٍ، وَجَاءَهُ بِدِينَارٍ وَشَاةٍ، فَدَعَا لَهُ بِالْبَرَكَةِ فِي بَيْعِهِ،وَكَانَ لَوِ اشْتَرَى التُّرَابَ لَرَبِحَ فِيهِ البخاري والحميدي وأحمد وابن ماجة
รายงายจากอุรวะห์ว่า “ท่านนบี ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้มอบเงินให้แก่เขาหนึ่งดีนาร์เพื่อซื้อแกะให้แก่ท่านหนึ่งตัว แต่เขาสามารถซื้อได้ถึงสองตัว(ด้วยเงินหนึ่งดีนาร์นั้น ต่อมา) เขาจึงขายไปหนึ่งตัวในราคาหนึ่งดีนาร์ และนำเงินหนึ่งดีนาร์(ที่ได้มา)พร้อมกับแกะหนึ่งตัว (กลับมาให้ท่านนบี) ท่านนบีจึงขอดุอาอ์ให้แก่เขาได้รับบะรอกะห์ในการซื้อขาย หากเขานำฝุ่นดินมาขายก็คงจะได้กำไรเช่นกัน” อัลบุคอรี, อัลฮุมัยดี่, อะห์หมัด และอิบนุมาญะห์

เนื้อหาฮะดีษข้างต้นพอสรุปได้ดังนี้
1-ผู้รับมอบหมาย ทำเกินคำสั่งของผู้มอบหมาย แต่การกระทำนั้นเป็นคุณแก่ผู้หมอบหมาย
2-ประโยชน์ที่ได้จากการทำเกินจากการมอบหมอบหมาย เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้มอบหมาย เพราะท่านอุรวะห์นำเงินที่ได้นำส่งคืนท่านนบี ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม
3-ผู้มอบหมายเมื่อทราบแล้วว่าผู้รับมอบหมายทำเกินคำสั่ง แต่ก็มิได้ว่าอะไร กล่าวคือยินยอมการกระทำนั้น ดังนั้นการซื้อขายใดที่เกินกว่าที่ได้รับมอบหมาย หากผู้มอบหมายไม่ติดใจเอาความ การซื้อขายนั้นๆ ถูกต้องและไม่โมฆะ ซึ่งก็สนับสนุนทัศนะที่สองของปวงปราชญ์นั่นเอง

ให้สังเกตว่าแม้แต่การทำเกินกว่าการมอบหมายจะเป็นคุณแก่ผู้มอบหมาย นักวิชาการยังให้ขึ้นอยู่กับความยินยอมของผู้มอบหมาย หากไม่ยินดีก็ถือว่าโมฆะ แต่ถ้าการทำเกินเป็นโทษแก่ผู้มอบหมาย ท่านคิดว่าปวงปราชญ์จะเห็นเช่นไร เช่น เขาให้ซื้อวัวตัวละสามหมื่อนห้า แต่ผู้รับมอบไปซื้อมาสองหมื่นห้า โดยไม่บอกอะไรแก่ผู้มอบหมายเลยแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นยังตั้งเงื่อนไขลักษณะบังคับว่า ส่วนเกินให้ผู้มอบหมายยกให้ผู้รับมอบไม่ว่าจะเป็นจำนวนเท่าใด โดยอ้างจะนำไปใช้จ่ายในการกุศล
กรณีหลังนี้ผมจะนำมาวิเคราะห์โดยละเอียดในตอนต่อไป โปรดติดตามนะครับ

อิสฮาก พงษ์มณี
******************

#หมายเหตุ ประเด็นที่จะวิเคราะห์ในตอนต่อไปคือ

1-ตั้งราคาไว้ล่วงหน้าแก่ผู้มอบหมาย เช่น ส่วนละเท่านั้นเท่านี้ ซึ่งเป็นราคาตายตัว ไม่ใช่ราคาประเมิน

2-ซื้อต่ำกว่าราคาที่กำหนดไว้ตายตัว

3-ตั้งเงื่อนไขลักษณะบังคับให้ผู้มอบหมายมอบส่วนต่างจากการซื้อต่ำกว่าราคากำหนดไว้ตายตัวตามที่เก็บมา

4-ตัดส่วนที่ผู้มอบหมายต้องได้จากการทำกุรบ่านไว้ โดยกำหนดมอบเนื้อให้ตามจำนวนกิโลที่แน่นอน