ปราชญ์ต่าง “อิจมาอ์” ว่าอาหารใดๆ ที่ซื้อมาหากยังมิได้รับมอบมา ห้ามนำไปขายต่อเด็ดขาด

102

“อัลอิจมาอ์” (الاجماع)  ปราชญ์ต่าง “อิจมาอ์” ว่าอาหารใดๆ ที่ซื้อมาหากยังมิได้รับมอบมา ห้ามนำไปขายต่อเด็ดขาด

1-ท่านอิหม่ามอินุลมุนซิร (ฮ.ศ.318)

ابن المنذر (318 هـ) يقول: وأجمع أهل العلم على أن من اشترى طعاما، فليس له أن يبيعه حتى يقبضه
الإجماع” (ص 132)، “الإشراف” (6/ 50)
.
“นักปราชญ์ต่างเห็นโดยเอกฉันท์ว่า ผู้ใดซื้อ(เสียเงิน)อาหาร (แต่ยังมิได้รับมอบอาหารมา) เขาไม่มีสิทธิ์นำมันไปขาย(ต่อ) จนกว่าจะรับมอบมันมาเสียก่อน” หนังสือ อัลอิจมาอ์ หน้า 132 ,และหนังสือ อัลอิชร๊อฟ เล่ม 6 หน้า 50

2-ท่านอิหม่ามอัฏฏ่อฮาวี (ฮ.ศ 321)

الطحاوي (321 هـ) يقول: ووجه آخر: أنا رأينا رسول اللَّه –صلى اللَّه عليه وسلم- قد نهى عن بيع الطعام حتى يقبض، وأجمع المسلمون على ذلك “شرح معاني الآثار” (4/ 36).

“อีกด้านหนึ่งคือ เราพบว่าท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ห้ามขายอาหารจนกว่าจะได้รับมอบมาเสียก่อน และปวงมุสลิมีนก็เห็นเป็นเอกฉันท์เช่นนั้น” หนังสือ ชัรหุ มะอานิลอาษาร เล่ม 4 หน้า 36

3-ท่านอิหม่าม อัลค๊อฏฏอบีย์ (ฮ.ศ. 388)

الخطابي (388 هـ) يقول: أجمع أهل العلم على أن الطعام، لا يجوز بيعه قبل القبض معالم السنن” (5/ 130)

“นักวิชาการต่างเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าอาหารนั้น ห้ามนำไปขาย(ต่อ) หากยังมิได้รับมอบมา” หนังสือ มะอาลิมุลซุนัน เล่ม 5 หน้า 130

3-ท่านอิหม่ามอิบนุอับดุลบัร (ฮ.ศ 463)

ابن عبد البر (463 هـ) يقول: لا خلاف فيه بين العلماء في الطعام كله والإدام كله، مقتات وغير مقتات، مُدَّخر وغير مدخر، كل ما يؤكل أو يشرب، فلا يجوز بيعه عند جميعهم، حتى يستوفيه مبتاعه “الاستذكار” (6/ 378)

“ไม่มีข้อขัดแย้งในหมู่ปวงปราชญ์เกี่ยวกับเรื่องทั้งหมด ไม่ว่าจะต้มแกง(ปรุงสุก)ทั้งหมด เก็บไว้เป็นอาหารหลักหรือไม่ เก็บกักโดยไม่บูดเสียหรือไม่ จะใช้กินใช้ดื่มหรือไม่ ณ ที่ปวงปราชญ์ทั้งหลายแล้ว ถือว่าห้ามนำไปขาย(ต่อ) จนกว่าผู้ซื้อจะได้มาโดยครบถ้วนเสียก่อน” หนังสือ อัลอิซติซการ เล่ม 6 หน้า 378

4-ท่านอิหม่ามอัลบะฆ่อวีย์ (ฮ.ศ. 516)

البغوي (516 هـ) يقول: اتفق أهل العلم على أن من ابتاع طعاما، لا يجوز له بيعه قبل القبض “شرح السنة” (8/ 107)

“นักวิชาการต่างเห็นตรงกันว่า ผู้ใดที่ซื้ออาหารมา (แต่ยังมิได้รับมอบมา) ห้ามเขานำเอาไปขาย (ต่อ) ก่อนที่เขาจะได้รับมอบมา” หนังสือ ชัรฮุซซุนนะห์ เล่ม 8 หน้า 107

5-ท่านอิหม่ามอิบนุรุชด์ อัลญัด (ฮ.ศ. 520)
ابن رشد الجد (520 هـ) يقول: [. . . ما لا يدخل فيه اختلاف. . . كل ما كان من الأطعمة، فلا يجوز بيعه قبل استيفائه “البيان والتحصيل” (8/ 32)

…เรื่องที่ไม่มีข้อขัดแย้ง…(คือ) ทุกอย่างที่เป็นอาหาร ไม่อนุญาตนำไปขาย(ต่อ)ก่อนจะได้รับมาโดยครบถ้วน” หนังสือ อัลบะญานวัลตะห์ซี้ล เล่ม 8 หน้า 38

6-ท่านอิหม่ามอัลอิมรอนีย์ (ฮ.ศ. 558)

العمراني (558 هـ) يقول: فإن كان طعاما، لم يجز بيعه قبل قبضه بلا خلاف “البيان في مذهب الإمام الشافعي” (5/ 67)

“หากเป็นอาหาร ไม่อนุญาตนำไปขาย(ต่อ) ก่อนรับมอบมันมาเสียก่อน โดย(เรื่องนี้)ไร้ข้อขัดแย้ง” หนังสือ อัลบะยานฯ เล่ม 5 หน้า 67

7-ท่านอิหม่ามอิบนุฮุบัยเราะห์ (ฮ.ศ 560)

ابن هبيرة (560 هـ) يقول: واتفقوا على أن الطعام إذا اشتري مكايلة أو موازنة أو معاددة، فلا يجوز لمن اشتراه أن يبيعه من آخر، أو يعاوض به حتى يقبضه الأول، وأن القبض شرط في صحة هذا البيع “الإفصاح” (1/ 287).

“(ปราชญ์ต่างเห็นพ้องว่า หากอาหารนั้นผู้ใดซื้อมาจะโดยตวง ชั่ง นับ ห้ามเขานำไปขาย(ต่อ) คนอื่นหรือจะเอาชดเชยแก่คนอื่น จนกว่าคนแรกจะรับมอบมาเสียก่อน เพราะการรับมอบถือว่าเป็นเงื่อนไขหลักในการซื้อขายดังกล่าว” หนังสือ อัลอิฟศอฮ์ เล่ม 1 หน้า 287

8-ท่านอิหม่ามอัลกาซานีย์ (ฮ.ศ. 587)

الكاساني (587 هـ) يقول: لا يجوز التصرف في المبيع المنقول قبل القبض، بالإجماع “بدائع الصنائع” (5/ 234)

“ไม่อนุญาตให้จัดการใดๆ ต่อสินค้าที่เคลื่อนย้ายได้ ก่อนการรับมอบมันมาเสียก่อน โดยเอกฉันท์(ของปวงปวงปราชญ์” หนังสือ บะดาเอี๊ยอ์ฯ เล่ม 5 หน้า 234

ยังมีตำราที่จะอ้างอิงอีกมากโข แต่ผมเห็นว่ามันจะยาวเกิน ดังนั้นจึงให้บรรดาโต๊ะครูทั้งหลายที่อ่านบทความนี้นำไปแปลให้ศิษย์ฟังกันเอาเองนะครับตามนี้

9- ابن رشد الحفيد (595 هـ) يقول: وأما بيع الطعام قبل قبضه، فإن العلماء مجمعون على منع ذلك، إلا ما يحكى عن عثمان البَتِّي “بداية المجتهد” (2/ 108)
10- ابن قدامة (620 هـ) يقول: وكل ما يحتاج إلى قبض إذا اشتراه لم يجز بيعه حتى يقبضه. . .، ولم أعلم بين أهل العلم خلافا، إلا ما حكي عن البتِّي، أنه قال: لا بأس ببيع كل شيء قبل قبضه “المغني” (6/ 188 – 189)
11- ابن شداد (5) (632 هـ) يقول: وقد اتفق العلماء على أن من ابتاع طعاما، لا يجوز له بيعه قبل القبض “دلائل الأحكام” (2/ 116).
12- سبط ابن الجوزي (7) (654 هـ) يقول: واتفقوا على عدم جواز بيع المنقول قبل القبض “إيثار الإنصاف” (ص 585)
13- النووي (676 هـ) يقول: أما مذهب عثمان البتِّي فحكاه المازري والقاضي “شرح صحيح مسلم” (10/ 170)
14- شمس الدين ابن قدامة (682 هـ) يقول: [وكل ما لا يدخل في ضمان المشتري إلا بقبضه، لا يجوز له بيعه حتى يقبضه. . .، ولم نعلم بين أهل العلم في ذلك خلافا، إلا ما حكي عن البتِّي، أنه قال: لا بأس ببيع كل شيء قبل قبضه “الشرح الكبير” لابن قدامة (11/ 497).
15- ابن حجر (852 هـ) يقول: . . . اتفقوا على منع بيع الطعام قبل قبضه “فتح الباري” (4/ 335).
16- العيني (855 هـ) يقول بيع المنقول قبل القبض، لا يجوز بالإجماع “البناية” (8/ 229)

#ข้อสรุป
1-ใครจะยังสงสัยเรื่อง “อิจมาอ์” อีกไหม

2-อาหารจะปรุงสุก หรือสดๆ หรือตวง หรือชั่ง หรือนับ จะใช้กิน จะใช้ดื่ม เข้าอยู่ในความหมายของการ “อิจมาอ์” และเข้าอยู่ในความหมายของฮะดีษเรื่อง “ห้ามขายอาหารที่ซื้อมาแต่ยังมิได้รับมอบมาโดยครบถ้วน”

3-ประเด็นหลักคืออาหารที่ “ซื้อมา” แต่ยังมิได้รับมา ห้ามนำไปขายเด็ดขาด การสั่งทำก็คือการ “ซื้อ” ประเภทหนึ่ง

4-เรื่องนี้ไร้ข้อโต้แย้งใดๆ ในหมู่ปวงปราชญ์ ตัวบทก็ชัดเจนที่สุด ที่เหลือขึ้นอยู่กับจิตใจของแต่ละคนว่าปฏิบัติตนอย่างไรต่อหลักการศาสนา

5-ผมมิได้หวังจะเอาชนะใครแต่เมื่อเห็นว่ามันผิดแบบโจ่งแจ้ง ขัดแย้งกับฮะดีษแบบเปิดเผย ตีความอิจมาอ์จนเกินเลย แล้วจะให้เฉยอยู่ได้อย่างไร ฝากท่านทั้งหลายนำไปทบทวนด้วย

6-เรื่องนี้ผมไม่รอให้นักวิชาการไทยคนไหนมารับรองว่าถูกหรือผิด ถูกหรือผิดอยู่ที่หลักการและเหตุผลที่นำเสนอ หากใครทรยศต่อสิ่งที่ตนรู้อัลลอฮ์เท่านั้นที่รู้ ผมไม่มีคำขอร้องใดๆ ต่อนักวิชาการเหล่านั้น นอกจากคำว่า “สำนึก” เท่านั้นเองครับ สำนึกในบาปบุญคุณโทษ