ความสัมพันธ์ระหว่าง “ดิเรก กุลสิริสวัสดิ์” (อิบรอฮีม กุเรชี่) กับ “ลัทธิก็อดยานีย์”

332

ความสัมพันธ์ที่ 1

– ดิเรกได้เดินทางไปเยือน “มุหัมมัด อาลีย์” หัวหน้าก็อดยานีย์ สาขาละโฮรฺ ถึงสองครั้งในปี ค.ศ. 1951

– หลักฐาน:
ดูได้จากเว็ปไซต์ของก็อดยานีย์ สาขาละโฮรฺ ดังนี้
http://www.muslim.org/books/m-kabir/mjk3-8.htm

ซึ่งในเว็ปไซต์นั้นมีข้อความสำคัญปรากฏดังนี้ “The Thai delegate, Mr. Ibrahim Quraishi, visited Maulana Muhammad Ali twice)” ซึ่งมีความหมายว่า: “ตัวแทนในไทย มิสเตอร์อิบรอฮีม กุเรชี มาเยือนเมาลานา มุหัมมัด อาลี ถึงสองครั้ง” (คือในปี ค.ศ. 1951)

ซึ่งมีความหมายว่า: “ตัวแทนในไทย มิสเตอร์อิบรอฮีม กุเรชี มาเยือนเมาลานา มุหัมมัด อาลี ถึงสองครั้ง” (คือในปี ค.ศ. 1951)

ความสัมพันธ์ที่ 2

– ดิเรกได้ถ่ายรูปหมู่ร่วมกับบรรดาแกนนำของลัทธิก็อดยานีย์ สาขาละโฮรฺ เช่น นาย มุหัมมัด อาลีย์ และพวกหัวหน้าก็อดยานีย์สาขาต่างๆ ดังกล่าวได้เก็บรูปเขาไว้ และยังแสดงไว้อย่างเปิดเผยในเว็ปไซต์ของพวกเขา แม้วินาทีนี้

– หลักฐาน:
ภาพดังกล่าวสามารถค้นหาได้จากเว็ปไซต์ของก็อดยานีย์ สาขาละโฮรฺ ดังนี้
http://ahmadiyya.org/photos/hist.htm

ความสัมพันธ์ที่ 3

– ดิเรกได้กับบอกเเก่นาย มุหัมมัด อาลีย์ หัวหน้าก็อดยานีย์ สาขาละโฮรฺ ว่าได้นำหนังสือของเขามาแปลเป็นไทย ซึ่งก็คือหนังสือ “บยานุ้ลกุรอ่าน”และ “กุรอ่านมะญีด”

– หลักฐาน:

ซึ่งได้ปรากฏมีข้อความเป็นภาษาอังกฤษ ดังนี้

http://www.muslim.org/books/m-kabir/mjk3-8.htm

ความหมาย : นายอิบราฮิม กุเรชี ได้พบกับ มุฮัมมัด อาลีย์ ครั้งที่สอง และนำหนังสือของมุฮัมมัด อาลีย์​ ที่เเปลเป็นไทยเเล้วให้ดู โดยบอกว่าเขาได้แปลอัลกุรอ่าน เป็นภาษาไทย โดยใช้คำเเปลของมุฮัมมัด อาลีย์ ใช้คำอธิบายจากภาษาอาหรับ จากหนังสือ บายานุลกุรอ่าน และ​คำอธิบายเพิ่มเติม (ฟุตโน็ต) และความเห็นเพิ่มเติม จากคำแปลภาษาอังกฤษ​ เช่นเดียวกับตัวเเทนจากจีน 

ความสัมพันธ์ที่ 4

– ในเว็ปไซต์ของก็อดยานีย์ สาขาละโฮรฺ ยืนยันว่า ดิเรกได้นำข้อเขียนของนาย มุหัมมัด อาลีย์ มาแปลเป็นไทย และจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มที่สวยงาม พร้อมกับนำผลงานดังกล่าวไปเสนอให้แก่ นาย มุหัมมัด อาลีย์

– หลักฐาน:
สามารถดูได้ในเว็ปไซต์ของก็อดยานีย์ สาขาละโฮรฺ ได้ระบุไว้ว่า:
“…and showed him beautifully printed books in the Thai language which were translations of the Maulana’s writings”
มีความหมายว่า: “และเขา (นายอิบรอฮีม กุเรชี / ดิเรก กุลสิริสวัสดิ์) ได้นำสิ่งพิมพ์ภาษาไทยที่สวยงาม ซึ่งแปลจากข้อเขียนของเมาลานา (มุหัมมัด อาลีย์) มาแสดง (แก่มุหัมมัด อาลีย์)” คัดมาจากเว็ปไซต์http://www.muslim.org/books/m-kabir/mjk3-8.htm ซึ่งเป็นเว็ปไซต์ของก็อดยานีย์ สาขาละโฮรฺ ใครๆ ก็สามารถเขาไปดูได้ครับ

ความสัมพันธ์ที่ 5

– ดิเรกได้เป็นตัวแทนจำหนายจ่ายแจกวารสารรายเดือนของลัทธิก็อดยานีย์ ที่มีชื่อว่า “อิสลามิก รีวิว” (Islamic Review) ซึ่งเป็นหนังสือเผยแพร่ของลัทธิก็อดยานีย์ ตั้งแต่ในอดีตจวบจนถึงปัจจุบันนี้

– หลักฐาน:
ในวารสารดังกล่าวระบุตัวแทนจำหน่ายในแต่ละประเทศทั่วโลกไว้ และตัวแทนในประเทศไทย คือ นาย อิบรอฮีม กุเรชี่ (ดิเรก กุลสิริสวัสดิ์) โดยมีการระบุรายละเอียดการติดต่อไว้ชัดเจนว่า “ผู้ต้องการสมัครเป็นสมาชิกวารสารดังกล่าวให้ติดต่อนาย อิบรอฮีม กุเรชี่ บ้านเลขที่ 110/1 บ้านครัว, หลังตลาดเจริญผล,ปทุมวัน, กรุงเทพ,ประเทศไทย” สามารถดูได้จากวารสาร “อิสลามิกรีวิว” (Islamic Review) ฉบับประจำเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ.1951 หน้าที่ 3

อารัมภบท: หลักฐานที่นำเสนอนี้ ได้นำมาจากหนังสือที่มีชื่อว่า ” ความเชื่อที่แตกต่าง” ของ “อ.อิสหาก พงษ์มณี” เพื่อเป็นการนำเสนอให้สังคมมุสลิมไทยเราได้รับรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่าง “ดิเรก กุลสิริสวัสดิ์” กับ “ลัทธิก็อดยานีย์” เท่านั้น มิได้สื่อไปถึงว่า “ดิเรกเป็นก็อดยานีย์หรือไม่?อย่างไร?” เพราะการเป็นก็อดยานีย์หรือไม่นั้น อัลลอฮฺ และเจ้าตัวเขาเท่านั้นที่รู้ดียิ่ง และเขาเองก็ได้สิ้นชีวิตไปแล้ว ดังนั้น ถ้าต้องการจะรู้ว่าเขาเป็นหรือไม่เป็นก็อดยานีย์ มันก็ต้องรอไปถามเขาในโลกอาคิเราะฮฺเท่านั้น แต่จากหลักฐานที่ยกมาทั้งหมด บอกได้เลยว่า เขานั้น”มีความสัมพันธ์กับก็อดยานีย์”จริง และก็มีความคล้ายกันและเหมือนกันในเรื่องของ”อะกีดะฮฺ”ถ้าศึกษาตำรับตำราของเขา ส่วนว่าเขาจะเป็นอะไร?หรืออย่างไร?นั้น ก็ให้ทุกคนพิจารณากันเอาเองบนบรรทัดฐานของหลักการนะครับ..วัสสลามมุอะลัยกุมฯ