ปิดหน้า

115

บิ้สมิ้ลลาฮิ้รรอฮฺมานิ้รร่อฮีม

ปิดหน้า

ท่านเชคศอและฮฺ อิบนุ้ลเฟาซาน อั้ลเฟาซาน ฮะฟิซ่อฮุ้ลลอฮฺ ได้พูดไว้ว่า:
“…ตรงนี้คงต้องกล่าวถึงตัวอย่างสักหน่อยครับเพื่อให้ข้อความเกิดความกระจ่าง เนื่องจากมีบางท่านถามมาว่า ประเด็นการเห็นต่างเกี่ยวกับเรื่องฮิญาบของผู้หญิง ยกตัวอย่างนะครับ อันนี้ถือเป็น การเห็นต่างแบบ ตะเนาวั้วะ (การเห็นต่างที่อยู่ในจำพวกของการอธิบายรายละเอียดไปในทิศทางเดียวกันแต่ต่างสำนวน ต่างคำพูด หรือต่างวาระ หรือเป็นการเห็นต่างที่ยังสามารถจับมารวมกันได้อยู่ หรืออะไรในทำนองนี้ –ผู้แปล-) หรือว่าเป็นการเห็นต่างแบบ ตะด้อด (เห็นต่างกันอย่างสิ้นเชิง แบบบรรจบไม่ลง –ผู้แปล-)?

ที่จริงแล้ว เรื่องฮิญาบของผู้หญิงนั้น เป็นประเด็นที่วางอยู่บนหลักฐานทั้งคู่ ทั้งฝ่ายที่บอกว่า เป็นวาญิบ และฝ่ายที่บอกว่า ไม่ใช่วาญิบ เพียงแต่ว่าทางฝ่ายที่บอกว่าไม่ใช่วาญิบนั้น หลักฐานของพวกเขาเป็นหลักฐานที่โดนยกเลิกไปแล้วโดยหลักฐานที่พูดเกี่ยวกับเรื่องฮิญาบ 

เพราะว่าพวกผู้หญิงในช่วงแรกนั้น เขาเปิดหน้ากัน เนื่องจากมันมีการผ่อนปรน อนุโลมให้พวกนางทำอย่างนั้นได้ แต่หลังจากนั้นพวกนางก็ถูกสั่งเรื่องฮิญาบ ตอนที่อัลลอฮฺ อั้ซซะวะญั้ล ตรัสว่า

يأيها النبي قل لأزوجك وبناتك ونساء المؤمنين يدنين عليهن من جلبيبهن ذلك أدنى أن يعرفن …[الأحزاب : 59]
((นบี เจ้าจงบอกกับบรรดาภรรยาของเจ้า บรรดาลูกสาวของเจ้าและบรรดาภรรยาของบรรดาผู้ศรัทธา พวกนางก็จะดึงชุดคลุมของพวกนางลงมาปกปิดตัวของพวกนางไว้ นั่นย่อมใกล้เคียงกับการที่นางจะถูกรับรู้ยิ่งกว่า…))
ซึ่งในเรื่องของท่านหญิงอาอิชะฮฺ ร่อดิยั้ลลอฮุอันฮา ก็ได้มีการชี้แจงข้อมูลตรงนี้เอาไว้ครับ นั่นก็คือ ตอนที่ท่านหญิงออกเดินทางไปกับท่านนบีในการเดินทางของท่านครั้งหนึ่ง ท่านหญิงมาไม่ทันคณะเดินทางตอนที่ท่านหญิงออกไปทำธุระของท่านหญิง 

คือพอท่านหญิงมาถึง ท่านหญิงก็พบว่าคณะเดินทางออกเดินทางกันไปหมดแล้ว โดยที่พวกเขาคิดกันไปว่า ท่านหญิงได้ขึ้นไปอยู่บนกระโจมที่วางอยู่บนหลังอูฐเรียบร้อยแล้ว เมื่อเป็นแบบนี้ท่านหญิงก็เลยคอยอยู่ตรงนั้นจนหลับไป จนกระทั่งท่านศ้อฟวาน อิบนุ้ล มุอั้ตต้อล ร่อดิยั้ลลอฮุอันฮุ มา แล้วท่านก็เห็นว่ามีอะไรดำๆอยู่ตรงพื้นที่ตรงนั้น พอท่านแน่ใจแล้วว่า นั่นคือท่านหญิงอาอิชะฮฺ ร่อดิยั้ลลอฮุอันฮา ท่านก็เลยพูดออกมาว่า อินนาลิ้ลลาฮฺ วะอินนาอิลัยฮิรอยิอูน จากนั้นท่านก็บังคับอูฐของท่านให้นั่งลง แล้วท่านหญิงอาอิชะฮฺก็ขึ้นไปโดยสาร จากนั้นท่านก็จูงอูฐไปจนสามารถตามคณะเดินทางได้ทัน 

ท่านหญิงเล่าว่า แล้วฉันก็ตื่นขึ้นเพราะเสียงอุทานของเขา ซึ่งเขาเคยรู้จักฉันก่อนที่ฮิญาบจะถูกบังคับใช้ 

ท่านจึงทราบว่านางคือ ท่านหญิงอาอิชะฮฺ ประเด็นที่จะเอาจากเรื่องๆนี้ก็คือ ที่จริงเรื่องฮิญาบเพิ่งจะถูกบังคับใช้ในช่วงหลังครับ ดังนั้นพวกที่ยึดถือว่าอนุญาตให้เปิดหน้าได้นั้น พวกเขายึดตามหลักฐานที่ถูกยกเลิกไปแล้ว
ส่วนพวกที่มองว่าต้องปิดหน้านั้น จริงๆแล้วพวกเขายึดตามหลักฐานที่ถูกต้อง ที่มาบังคับใช้ในภายหลัง ซึ่งมีความชัดเจนอย่างไม่ต้องสงสัยอะไรเลยครับ 

ตัวอย่างเช่น พระดำรัสของพระองค์ ตะอาลาที่ว่า
يأيها النبي قل لأزوجك وبناتك ونساء المؤمنين يدنين عليهن من جلبيبهن …[الأحزاب : 59]

((นบี เจ้าจงบอกกับบรรดาภรรยาของเจ้า บรรดาลูกสาวของเจ้าและบรรดาภรรยาของบรรดาผู้ศรัทธา พวกนางก็จะดึงชุดคลุมของพวกนางลงมาปกคลุมตัวของพวกนางไว้))

ความหมายของพระดำรัสของพระองค์ที่ว่า 
يدنين
((พวกนางก็จะดึงลงมาคลุม)) คืออะไรกันครับ? จุดประสงค์ของพระดำรัสนี้ก็คือ ให้พวกนางปกปิดใบหน้าของพวกนาง เพราะแต่เดิมพวกนางมีชุดคลุมคลุมทับไว้อยู่แล้ว

ดังนั้นสิ่งที่ถูกสั่งให้ทำจึงได้แก่การเอาชุดหลุมมาปิดหน้า เหมือนที่ท่าน อุบัยดะฮฺ อัซซั้ลมานีย์ได้อธิบายเอาไว้อย่างชัดเจนตอนที่ท่านถูกถามถึงความหมายของอายะฮฺๆนี้ 
ท่านเอาปลายชุดของท่านมาคลุมปิดไว้ที่หน้าของท่าน และพูดว่า : แบบนี้ไงครับ 
ซึ่งนี่เป็นคำอธิบายที่ได้มาจากท่านอิบนุอั้บบ้าส ร่อดิยั้ลลอฮุอันฮุมา อีกทีหนึ่ง
ดังนั้น อายะฮฺนี้ จึงเป็นอายะฮฺที่พูดไว้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องการปิดหน้า.

ถัดจากนั้นก็ได้แก่ พระดำรัสของพระองค์ ตะอาลา ที่ว่า

فسئلوهن من وراء حجاب [الأحزاب : 53]
((ดังนั้น พวกเจ้าก็จงขอพวกนางจากข้างหลังฮิญาบ))

คำว่า จากข้างหลังฮิญาบ มีความหมายว่าอะไรครับ? ก็คือ ฮิญาบที่ปกปิดตัวของนางไว้ทั้งหมดนั่นเองครับ ไม่ว่าจะเป็นประตู เป็นผ้า หรือเป็นกำแพง ที่สามารถปกปิดพวกนางไว้จากพวกผู้ชายได้นั่นเองครับ

ถัดจากนั้นครับ ก็ได้แก่ ฮะดี้ษของท่านหญิงอาอิชะฮฺที่ให้ข้อมูลไว้ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านหญิงได้กล่าวไว้ว่า “พวกเราครองอิ้ฮฺรอมอยู่กับท่านนบี صلى الله عليه وسلم เวลาที่พวกผู้ชายเดินผ่านมาทางพวกเรา พวกเราแต่ละคนก็จะดึงผ้าคลุมจากศีรษะลงมาปิดหน้าไว้ เมื่อพวกเขาเดินผ่านไปแล้วเราจึงเปิดออก”. (บันทึกโดย อบูดาวู้ด (1833) จากฮะดี้ษของท่านหญิงอาอิชะฮฺ ร่อดิยั้ลลอฮุอันฮา) …” (التعليق القويم / 1 /293-295)
………………………………………………………………………………………………..

อาบีดีณ โยธาสมุทร แปลและเรียบเรียง 6/9/143