بسم الله الرحمن الرحيم
الحمد لله رب العالمين، وصلى الله وبارك على رسوله وعلى آله وصحبه.
وبعد،
เพื่อเป็นการให้คำตอบสำหรับคำถามที่เกี่ยวข้องกับพวกอะชาอิเราะฮฺที่ว่า: พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของอะฮฺลุ้ซซุนนะฮฺวั้ลญะมาอะฮฺหรือไม่? นั้น
ผมขอเรียนว่า: ชาวอะฮฺลุ้ซซุนนะฮฺวั้ลญะมาอะฮฺคือ บรรดาศ่อฮาบะฮฺผู้ทรงเกียรติ ร่อดิยั้ลลอฮุอันฮุม ตลอดจนบุคคลที่ดำเนินตนอยู่บนแนวทางของพวกท่านเหล่านั้น ดังที่ท่าน (นบี) ﷺ ได้บอกเอาไว้ในการชี้แจงถึงกลุ่มชนที่รอดพ้นและปลอดภัย (จากฟิตนะฮฺและการหลงทาง) ( الفرقة الناجية ) ที่ว่า :
(( هم من كان على ما أنا عليه وأصحابي ))
((พวกเขาคือ บุคคลที่ตั่งมั่นอยู่บนสิ่งที่ข้าฯและเหล่าสหายของข้าฯตั่งมั่นอยู่บนนั้น))
ซึ่งหลักความเชื่อของพวกท่านเหล่านี้ในเรื่องบรรดาพระนามของอัลลอฮฺ อั้ซซะวะญั้ล และบรรดาพระลักษณะต่างๆของพระองค์นั้น ก็คือ การให้การยืนยันว่าอัลลอฮฺ อั้ซซะวะญั้ล ทรงเป็นไปตามข้อมูลที่อั้ลกิตาบและอั้ซซุนนะฮฺได้ให้การยืนยันเอาไว้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบรรดาพระนามและพระลักษณะของพระองค์ ซึ่ง(เป็นการให้การยืนยันที่)วางอยู่บนรูปแบบที่มีความเหมาะสมและคู่ควรกับอัลลอฮฺ ซุบอานะฮูวะตะอาลา โดยจะไม่เข้าไปลงรายละเอียดเสาะหาว่าเป็นอย่างไร หรือเข้าไปทำการเปรียบเทียบว่าพระองค์ทรงคล้ายหรือเหมือนกับอะไร และไม่เข้าไปทำการบิดเบือน, เปลี่ยนความหมาย,หรือปฏิเสธความหมาย(ของข้อมูลดังกล่าว)แต่อย่างใดทั้งสิ้น ดังที่อัลลอฮฺ อั้ซซะวะญั้ล ได้ตรัสไว้ว่า
﴿ لَيْسَ كَمِثْلِهِ شَيْءٌ ۖ وَهُوَ السَّمِيعُ الْبَصِيرُ ﴾ [٤٢:١١]
((ไม่มีอะไรทั้งสิ้นเหมือนกับพระองค์ และพระองค์คือผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงมองเห็น))
ในอายะฮฺนี้ได้ระบุข้อมูลที่ให้การยืนยันเอาไว้ว่าอัลลอฮฺ พระผู้ทรงสูงส่ง ทรงมีพระลักษณะสองพระลักษณะ ซึ่งได้แก่ การได้ยินและการเห็น โดยอยู่ในพระดำรัสของพระองค์ที่ว่า
﴿ وَهُوَ السَّمِيعُ الْبَصِيرُ ﴾
(( และพระองค์คือผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงมองเห็น))
อีกทั้ง ยังได้มีการกำจัดความคล้ายคลึงกันให้หมดไประหว่างสิ่งอื่นที่ไม่ใช่พระองค์(อัลลอฮฺ)กับพระองค์(อัลลอฮฺ)เอง เอาไว้อีกด้วย โดยอยู่ในพระดำรัสของพระองค์ที่ว่า
﴿ لَيْسَ كَمِثْلِهِ شَيْءٌ ۖ ﴾
((ไม่มีอะไรทั้งสิ้นเหมือนกับพระองค์))
ส่วนพวกอะชาอิเราะฮฺนั้น พวกเขาคือ พวกที่สังกัดเข้าร่วมกับแนวคิดของ อบีฮะซัน อั้ลอั้ชอะรี่ยฺ ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ ซึ่งเกิดปีที่ – ฮ.ศ.270 – และเสียชีวิตปีที่ – ฮ.ศ.330 – แนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่มีขึ้นก่อนหน้าที่ท่าน(อบีฮะซัน)จะหวนกลับสู่แนวทางของชาวอะฮฺลุ้ซซุนนะฮฺวั้ลญะมาอะฮฺ
ซึ่งแนวคิดดังกล่าวนี้ ก็ได้แก่ การทำการเปลี่ยนแปลงความหมาย(ตีความ) ( تأويل ) พระลักษณะส่วนใหญ่จากบรรดาพระลักษณะของอัลลอฮฺนั่นเอง ซึ่งแนวคิดๆนี้เป็นแนวคิดที่ค้านกันกับแนวทางของชาวอะฮฺลุ้ซซุนนะฮฺวั้ลญะมาอะฮฺ
และจากข้อมูลข้างต้นนี้นี่เอง จึงถือได้ว่า พวกอะชาอิเราะฮฺคือ ส่วนหนึ่งจากบรรดากลุ่มอิสลามที่เพี้ยนไปจากสิ่งที่ชาวอะฮฺลุ้ซซุนนะฮฺวั้ลญะมาอะฮฺได้ตั่งมั่นกันอยู่บนนั้น
มันไม่กินกับปัญญาเลยครับ กับการที่ความจริงและความถูกต้องได้ถูกปิดเอาไว้ไม่ให้คนที่เป็นศ่อฮาบะฮฺ ไม่ให้คนที่เป็นตาบิอีนหรือคนที่เป็นอั้ตบ๊าอิ้ตตาบิอีน (ยุคที่อยู่ถัดจากยุคตาบิอีน) ได้รับทราบกัน แต่แล้วความจริงและความถูกต้องนี้ กลับมาปรากฏตัวขึ้นในภายหลัง ท่ามกลางหมู่ชนที่เป็นผู้ที่ดำเนินตนตามหลักความเชื่ออะไรซักอย่างหนึ่ง ซึ่งถือกำเนิดขึ้นมาหลังจากยุคของพวกท่านเหล่านั้น
ท่านอั้ลฮาฟิ้ซ อิบนุฮะญั้รได้ถ่ายทอดข้อความจำนวนมากจากบรรดาสลัฟเอาไว้ใน ฟัตฮุ้ลบารียฺ ซึ่งพูดถึงหลักความเชื่อที่ถูกต้องที่วางอยู่บนอั้ลกิตาบและอั้ซซุนนะฮฺ และความเข้าใจของบรรพชนของอุมมะฮฺนี้ ( سلف الأمة )เอาไว้ โดยท่านได้ทำการปิดท้ายการถ่ายทอดบรรดาข้อความดังกล่าวด้วยคำพูดของท่านที่ว่า
” وقد تقدم النقل عن أهل العصر الثالث وهم فقهاء الأمصار، كالثوري والأوزاعي ومالك والليث ومن عاصرهم وكذا من أخذ عنهم من الأئمة ، فكيف لا يوثق بما اتفق عليه أهل القرون الثلاثة وهم خير القرون بشهادة صاحب الشريعة؟” ا.هـ (13/407)
“และที่ผ่านมานี้ ก็ได้มีการหยิบยกข้อมูลจากกลุ่มชนแห่งยุคที่สามมาถ่ายทอดเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งพวกท่านเหล่านี้ต่างเป็น นักวิชาการคนสำคัญของแต่ละมุมเมือง ( فقهاء الأمصار ) เช่นท่านอั้ซเซารียฺ ,ท่านอั้ลเอาซาอียฺ ,ท่านมาลิก , ท่านไล้ซฺและท่านอื่นๆที่อยู่ร่วมยุคสมัยเดียวกันกับพวกท่าน ตลอดจน(ข้อมูลจาก)บรรดาบุคคลชั้นนำทั้งหลายทั้งปวงที่เข้ามารับสืบถอดวิชาการไปจากพวกท่านเหล่านี้ก็ด้วยเช่นกัน ดังนั้น เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว จะให้ไม่ยอมเชื่อถือและไม่ยอมวางใจต่อข้อมูลที่บรรดาบุคคลแห่งยุคสมัยทั้งสามได้เห็นพ้องเป็นมติที่ตรงกันไว้แล้วได้อย่างไรกัน ทั้งๆที่พวกท่านเหล่านี้คือ ยุคที่เยี่ยมที่สุดแห่งบรรดายุคสมัยทั้งปวง โดยการรับรองและการยืนยันจากผู้เป็นเจ้าของบทบัญญัติ?.”
ท่าน (อั้ลฮาฟิ้ซ อิบนุฮะญั้ร)ยังได้เล่าถึงข้อมูลจากท่านอั้ลฮะซัน อั้ลบั้ศรี่ยฺไว้อีกด้วยว่า ท่านได้กล่าวไว้ว่า:
” لو كان ما يقول الجعد حقاً لبلّغه النبي صلى الله عليه وسلم ” اهـ (13/504)
“ถ้าหากสิ่งที่อั้ลญ้ะอดฺพูดเอาไว้ คือความจริง ท่านนบี ﷺ ก็คงจะต้องถ่ายทอดและบอกต่อสิ่งนี้เอาไว้แล้วเป็นแน่”
อั้ลญ้ะอดฺคนนี้ หมายถึง ลูกชายของดิ้รฮัม ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งแนวคิดอั้ลญะฮฺมียะฮฺขึ้นมานั่นเอง
และผมเอง ก็ขอพูดเหมือนที่ท่านอั้ลฮะซัน ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ ได้พูดเอาไว้. ว่า:
” لو كان ما يقوله الأشاعرة وغيرهم من المتكلمين حقاً لبلغه الرسول صلى الله عليه وسلم “.
“ถ้าหากสิ่งที่พวกอะชาอิเราะฮฺและพวกอื่นๆที่มาจากพวกที่นิยมการใช้ตรรกะ ( المتكلمين ) ได้พูดกันไว้ คือความจริง ท่านร่อซู้ล ﷺ ก็คงจะต้องถ่ายทอดและบอกต่อสิ่งนี้เอาไว้แล้วเป็นแน่”
บทความนี้กล่าวขึ้นโดย อับดุ้ลมุ้ฮฺซิน อิบนุ ฮั้มดฺ อั้ลอั้บบ้าด อั้ลบั้ดรฺ 21/8/1427 (ฮ.ศ.)
………………………………………………………………………………………………………………
อาบีดีณ โยธาสมุทร แปลและเรียบเรียง 23/2/1437 -มะดีนะฮฺ ร่อซูลิ้ลลาฮฺ –
*หมายเหตุ ข้อมูลนี้ ได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้องแล้ว จากเจ้าของบทความให้ทำการแปลและเผยแพร่ได้ เมื่อวันที่ 28/4/1437 ตรงกับ 7/2/2016.
-อาบีดีณ โยธาสมุทร ผู้แปลและเรียบเรียง-
وصلى الله على محمد وآله وصحبه أجمعين
……………………………………………………………………………………………

بسم الله الرحمن الرحيم

الحمد لله رب العالمين ، وصلى الله وسلم وبارك على رسوله وعلى آله وصحبه .
وبعد، فإجابة على سؤال عن الأشاعرة : هل هم من أهل السنة والجماعة أوْ لا ؟
أقول: أهل السنة والجماعة هم الصحابة الكرام رضي الله عنهم ، ومن سار على نهجهم ، كما قال r في بيان الفرقة الناجية : (( هم من كان على ما أنا عليه وأصحابي )) ومعتقدهم في أسماء الله عز وجل وصفاته أنهم يثبتون لله عز وجل ما ثبت في الكتاب والسنة من الأسماء والصفات على وجه يليق بالله سبحانه وتعالى من غير تكييف أو تشبيه أو تمثيل ، ومن غير تحريف أو تأويل أو تعطيل ، كما قال الله عز وجل ( لَيْسَ كَمِثْلِهِ شَيْءٌ وَهُوَ السَّمِيعُ الْبَصِيرُ) ففي هذه الآية إثبات صفتي السمع والبصر لله تعالى في قوله ( وَهُوَ السَّمِيعُ الْبَصِيرُ) ، وتنزيهه عن مشابهة غيره له في قوله ( لَيْسَ كَمِثْلِهِ شَيْءٌ) .
والأشاعرة هم المنتسبون إلى مذهب أبي الحسن الأشعري – رحمه الله – المولود سنة ( 270هـ ) والمتوفى سنة ( 330هـ ) ، الذي كان عليه قبل رجوعه إلى مذهب أهل السنة والجماعة ، وهو تأوبل أكثر الصفات ، وهو خلاف مذهب أهل السنة والجماعة ، وعلى هذا فالأشاعرة من الفرق الإسلامية المنحرفة عما كان عليه أهل السنة والجماعة ، وليس من المعقول أن يُحجب حق عن الصحابة والتابعين وأتباعهم ، ثم يكون في اتباع اعتقادٍ حصلت ولادته بعد أزمانهم ، وقد نقل الحافظ ابن حجر في فتح الباري نقولاً كثيرة عن السلف في العقيدة الصحيحة المبنية على الكتاب والسنة وفهم سلف الأمة ، وختمها بقوله (13/407) : وقد تقدم النقل عن أهل العصر الثالث وهم فقهاء الأمصار ، كالثوري والأوزاعي ومالك والليث ومن عاصرهم وكذا من أخذ عنهم من الأئمة ، فكيف لا يوثَق بم اتفق عليه أهل القرون الثلاثة وهم خير القرون بشهادة صاحب الشريعة ؟! ا.هـ ونقل أيضاً (13/504) عن الحسن البصري أنه قال: لو كان ما يقول الجعد حقاً لبلّغه النبي ﷺ ا.هـ والجعد هو ابن درهم مؤسس مذهب الجهمية ، وأقول كما قال الحسن البصري – رحمه الله -: لو كان ما يقوله الأشاعرة وغيرهم من المتكلمين حقاً لبلغه الرسول ﷺ .
قال ذلك عبدالمحسن بن حمد العباد البدر
في 21/ 8 / 1427هـ