ความเชื่อเรื่องการมองไปยังอัลลอฮฺ อั้ซซะวะญั้ล

227

6,7,10-2-1437/ เชค อับดุ้รร้อซซ้าก/ อั้ชชะรีอะ.

เรื่อง ความเชื่อเรื่องการมองไปยังอัลลอฮฺ อั้ซซะวะญั้ล

1- เรื่องการเชื่อว่า มุอมิน. จะได้มองและได้เห็นอัลลอฮฺ ตะอาลา จริงๆในวันอาคิเราะ เป็นเรื่องที่คนที่อยู่บนแนวทาง ต่างเชื่อถือและให้การยืนยันกันทั้งนั้น ดังนั้น จึงมีเฉพาะคนที่หลงเท่านั้นแหละครับที่จะออกมาเห็นต่างในเรื่องๆนี้

2- ในดุนยานี้ใครก็ตามที่ปฏิเสธและไม่ยอมเชื่อเรื่องการจะได้เห็นอัลลอฮฺจริงๆในโลกหน้า คนนั้นๆก็เหมาะแล้วที่จะถูกห้ามไม่ให้เห็นพระองค์จริงๆเหมือนกันเมื่อเวลาที่ถูกกำหนดไว้นั้นมาถึง

3- อัลลอฮฺ ตะอาลา บอกไว้ว่า
وجوه يومئذ ناضرة. الى ربها ناظرة

“วันนั้นหลายใบหน้าจะเบิกบาน โดยจะมองไปยังพระเจ้าของมัน”

หมายถึง ใบหน้าพวกนั้นได้มองไปที่พระเจ้าของพวกมันอยู่

เชคบอกว่า อิบนุกอยยิมบอกว่า

คำพูดนี้คือคำอธิบายของ นักวิชาการตัฟซีร ทุกคนที่มาจากอะฮฺลุ้ลฮะดี้ษและซุนนะฮฺ

พระองค์บอกว่า

كلا إنهم عن ربهم يومئذ لمحجوبون.ثم إنهم لصالوا الجحيم

“มันไม่เป็นอย่างนั้นหรอก แต่ว่าในวันนั้นพวกเขาย่อมต้องเป็นพวกที่ถูกปิดกั้นจากพระเจ้าของพวกเขาอย่างแน่นอน .จากนั้นพวกเขาก็ต้องเป็นพวกที่เข้านรกอย่างแน่นอน”

จากตรงนี้
ดังนั้นใครที่ปฏิเสธเรื่องการได้มองและได้เห็นพระเจ้าในโลกหน้า ก็เท่ากับว่าเขากำลังอ้างว่า
ในเรื่องนี้มุนมินกับกาเฟรนั้นไม่ต่างกัน เพราะทั้งคู่ก็ต่างไม่ได้เห็นพระเจ้าด้วยกันทั้งคู่นั่นเอง (ซึ่งมันขัดกับกุรอานจังๆ)

4- อัลลอฮฺ ตะอาลา บอกว่า

وكان بالمؤمنين رحيما. تحيتهم يوم يلقونه سلام..

“และทรงเป็นผู้ทรงเอ็นดูแก่บรรดาผู้ศรัทธาอย่างเป็นการเฉพาะ. คำกล่าวทักทายพวกเขา วันที่พวกเขาได้พบกับพระองค์คือ สลาม”

อิหม่ามอั้ลอาญุ้รรี่ บอกไว้ว่า : สำหรับนักภาษาฯแล้ว การได้พบ ณ ที่นี้ ใช้ได้แค่เพียงการเห็นกันด้วยตาเท่านั้น คือ อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงเห็นพวกเขาและพวกเขาก็เห็นพระองค์…

5- ท่านอิหม่ามอั้ลอาญุ้รรี่ บอกไว้ว่า ใครก็ตามที่ปฏิเสธข้อมูลเหล่านี้ แน่นอนว่าเขาก็ได้ปฏิเสธ(ศรัทธา)เสียแล้ว

เชคบอกว่า ส่วนในกรณีของการตัดสินแบบเจาะจงตัวบุคคลนั้น ก่อนอื่นจะต้องชี้แจงข้อเท็จจริงให้เขาทราบแบบชัดเจนซะก่อน ให้เขารู้ว่ามันถึงขั้น กุฟุร เลยนะเรื่องนี้
แล้วก็ต้องพยายามลบข้อสงสัยขจัดข้อกังขาที่เขามีอยู่ออกไปให้หมดก่อน

แล้วก็ยังต้องเอาหลักฐานมายันกันให้ชัดให้เขาเห็นไปเลยว่าเขาน่ะผิดอยู่นะ (إقامة الحجة,)ด้วย แล้วถึงจะมาว่ากันต่อ

6- ฮะดีษที่พูดถึงเรื่องการได้เห็นอัลลอฮฺ ในโลกหน้านั้น ได้มีการรายงานไว้มากมายถึงขั้น ตะวาตุ้ร เลยนะครับ (มากถึงขั้นที่ว่า เป็นไปไม่ได้ที่คนจำนวนขนาดนี้จะมารวมหัวกันพูดอะไรมั่วๆออกมา แบบตรงๆกันเป๋ะๆ /เป็นไปในทางเดียวกันหมดเลยได้)
ซึ่งข้อมูลในเรื่องนี้ เป็นการรายงานข้อมูลจากศ่อฮาบะฮฺจำนวนราวๆ 30 ท่านเลยทีเดียว ร่อดิยั้ลลอฮุอันฮุม

7- มุอฺมิน จะได้เห็นพระเจ้ากันอย่างชัดเจน โดยไม่ต้องเบียดและไม่ต้องไปแย่งกัน เหมือนกับที่ในโลกนี้เราแต่ละคนก็สามารถมองดูจันทร์เพ็ญในคืนฟ้าใสกันได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องไปเบียดเสียดกันเพื่อจะให้ได้เห็นดวงจันทร์ในค่ำคืนนั้น

8- หนึ่งในการกระทำที่จะทำให้เราได้รับรางวัลอันยิ่งใหญ่ชิ้นนี้ก็คือ การรักษาการละหมาด ในฮะดี้ษพูดถึงละหมาด ซุบฮิ กับอัศริ

เชคบอกว่าเป็นเพราะว่าสองเวลานี้เป็นเวลาที่ผู้คนจะละเลยกันมากที่สุด

เชคบอกว่า การละหมาด เป็นพฤติกรรมที่จะคอยช่วยเราให้ก้าวเข้าสู่เรื่องดีๆทั้งหมดทั้งปวงได้ และในขณะเดียวกันก็ยังเป็นตัวปิดกั้นเราให้ออกห่างจากอะไรที่มันไม่ดีๆ ทั้งหลายแหล่อีกด้วย

เชคบอกว่า ผลตอบแทนที่ว่านี้จะได้มาได้ก็ต้องอาศัยการต่อสู่และบากบั่น ดังนั้นถ้าหากคนเรามามัวเสียท่า ไม่รักษาเรื่องละหมาดไว้ให้ดี เราเองก็จะต้องถูกห้ามจากผลตอบแทนนี้ไปในที่สุด คือ ถ้าไม่สู้คุณก็อดนะครับ ประมาณนี้.

وصلى الله على محمد وآله وصحبه

อาบีดีณ. โยธาสมุทร. สรุป,เรียบเรียง,ถ่ายทอด