ฟรีเมสัน(มาซูนียะฮ์) ก็อดยานีย์ บาไฮย์

398

ฟรีเมสัน(มาซูนียะฮ์) ก็อดยานีย์ บาไฮย์

“ความสำคัญของวิชาการความรู้กับการต่อสู้กับ บรรดาแนวความคิดที่บ่อนทำลาย”

บรรดาศาสนทูตเป็นผู้สัตย์จริงที่สุด

เขียนโดย : สะมาฮะตุชเชค อับดุลอะซีซ บิน อับดุลลอฮฺ บินบ๊าซ

บรรดาศาสนทูตทั้งหลายนั้นเป็นผู้มีสัตย์จริงที่สุด :

บรรดาศาสนทูตทั้งหลายนั้น พวกเขาเป็นผู้ที่สัตย์จริงที่สุด ซึ่งพวกเขาได้นำข้อยืนยันต่าง ๆ มารับรองความสัตย์จริงของพวกเขาด้วย และมีสิ่งมหัศจรรย์มากมายมาให้เห็นตามที่พวกเขาได้บอกล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้น เป็นการกระทำของอัลลอฮฺ และพระองค์คือพระเจ้าของพวกเรา และเป็นผู้ทรงสร้างพวกเราขึ้นมา และพระองค์คือพระผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตายิ่ง พระองค์คือผู้ทรงให้ความสันติ พระองค์คือ ผู้สมควรได้รับการเทิดทูน และมีพระนามอื่นอีกมากมาย ที่เป็นพระนามอันวิจิตรงดงามยิ่ง ซุบฮานะฮูวะตะอาลา

ดังเช่นที่อัลลอฮฺ ได้ทรงบอกเล่าไว้ในคัมภีร์อันยิ่งใหญ่ของพระองค์ พระองค์คือผู้ทรงเที่ยงธรรม ผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง ในส่วนนั้นว่าลึกซึ้งยิ่งนักในการตอบโต้กับผู้โฆษณาชวนเชื่อไปสู่ลัทธิคอมมิวนิสต์ หรือพวกวัตถุนิยม ตลอดจนสังคมนิยม หรือกลุ่มอื่น ๆ ที่ปฏิเสธเรื่องการมีพระเจ้า หรือการมีอยู่ของอัลลอฮฺ

บรรดาสิ่งถูกสร้างต่าง ๆ ทั้งหลายที่มีอยู่นี้ เกิดขึ้นมาเองและมีขึ้นด้วยตัวของมันเองกระนั้นหรือ ?

คนที่มีสติปัญญาจะพูดเช่นนั้นได้ไหม ? !!!


ดังเช่นแก้วน้ำ สมมติเราบอกกับคนที่มีสติปัญญาสมบูรณ์ว่าแก้วได้สร้างตัวของมันขึ้นมาเอง ! เขาก็จะตอบทันทีว่าบ้าหรือ ในทำนองเดียวกัน แก้วชา แก้วกาแฟ ช้อนไม้เท้า ฯลฯ ทั้งหมดล้วนเป็นที่ทราบกันดีว่า มนุษย์ทำขึ้นมาทั้งสิ้น ดังนั้น เมื่อหันมาดูโลกอันยิ่งใหญ่ขนาดนี้จะเป็นเช่นใด ที่พระผู้ทรงสร้าง คือ อัลลอฮฺ ทรงให้มีขึ้นมาจากที่ไม่เคยมีมาก่อน และทรงให้มีหลักฐานต่าง ๆ มายืนยัน และมีประโยชน์หลายอย่างสุดที่จะคณานับ
ดังนั้น พระองค์คือผู้ทรงสร้างขึ้นมาทั้งสิ้น ซุบฮานะฮูวะตะอาลา พระองค์คือผู้ทรงสูงส่งเหนือสิ่งที่บรรดาผู้อธรรมได้กล่าวขึ้น เพื่อเป็นการตั้งภาคีทั้งสิ้น พระองค์ทรงยิ่งใหญ่เหนือสิ่งดังกล่าวนั้น แล้วพระผู้ทรงสร้างได้ทรงแจ้งถึงบรรดาพระนามต่าง ๆ ที่คู่ควรกับซ๊าตของพระองค์ และบรรดาร่อซูลทั้งหลายก็ได้แจ้งคุณลักษณะต่าง ๆ ของบรรดาพระนามทั้งหลายของพระองค์ และยังชี้ชัดเอาไว้ด้วย พร้อมแนะนำให้รู้ ตลอดจนนำหลักฐานมายืนยันในความสัตย์จริงของพวกเขา และในแถวหน้าของพวกเขาได้แก่ นบีมุฮัมมัด ของเรา เป็นนบีที่สัตย์จริงที่สุด ประเสริฐที่สุด แท้จริงอัลลอฮฺ ได้ทรงแต่งตั้งท่านมาพร้อมกับคัมภีร์อันยิ่งใหญ่ของพระองค์และมีสาส์นที่ครอบคลุม บอกแจ้งทุกสิ่งไว้อย่างครบถ้วน

บรรดานักเรียกร้องหลายคนกำลังจ่ออยู่ที่ปากเหวแห่งไฟนร

* การเรียกร้องชวนเชื่อไปสู่ลัทธิมาซูนียะฮฺ

กลุ่มชนที่เรียกว่า “มาซูนียะฮฺ” นั้น ทำการเรียกร้องให้ผู้คนทั้งหลายกลับกลายสภาพไปสู่ ความเดรัจฉาน โดยบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีความเท่าเทียมกัน พวกเขาต่อต้านการมีคุณธรรมที่สูงส่ง การงานที่ดีงาม พยายามจะทำให้ผู้คนกลับกลายเป็นจำพวกสัตว์เดรัจฉานที่ไม่แยกแยะระหว่างของดีกับของไม่ดี ความจริงกับความเท็จ นับเป็นการสวนทางกับสิ่งที่บรรดาร่อซูลทั้งหลาย อลัยฮิมุศศอลาตุวัสลาม ได้มาทำการเรียกร้องเอาไว้ และเป็นการค้านกับอัลกุรอานนุลกะรีม ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่เหนือความสามารถของมนุษย์ ตามที่ได้บอกกล่าวเอาไว้

เช่นเดียวกันเป็นการฝ่าฝืนกับสิ่งที่สติปัญญาจะรับได้ พร้อมทั้งธรรมชาติที่อัลลอฮฺ ทรงสร้างมาอย่างบริสุทธิ์ เพื่อให้มนุษย์ดำรงชีวิต เพราะแท้จริงอัลลอฮฺ ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมาบนการเรียนรู้เรื่องคุณธรรมที่สูงส่ง จรรยามารยาทอันงดงาม พร้อมการกระทำที่สวยงาม เป็นธรรมและสัตย์จริงไม่มีการกดขี่ข่มเหงรังแกและทำร้ายกัน

แท้จริงแล้ว อัลลอฮฺ ทรงสร้างมนุษย์ทั้งหลายขึ้นมา เพื่อให้แยกแยะออกว่า ใครคือพ่อ ใครคือลูก ใครคือพี่น้องผู้ชาย ใครคือพี่น้องผู้หญิง ใครคือสามี ใครคือภรรยา แม้แต่สัตว์เดรัจฉานเองก็ยังสามารถแยกออกได้ !!!!

* การเรียกร้องไปสู่ระบอบเสรีนิยม

ในทำนองเดียวกัน การที่มีผู้ออกมาเรียกร้องให้มีการใช้ระบอบเสรีนิยม โดยอ้างว่า ไม่เป็นไร แม้มนุษย์จะอยู่ในสภาพเช่นไร ? จะทำอย่างไรก็ได้ ตามความต้องการได้ทุกเมื่อ ต้องการสิ่งใดจะต้องได้ทุกครั้งไม่ว่าจะดีเลวหรือต่ำช้า ทั้งหมดนั้นล้วนแต่เบี่ยงเบน เอนเอียงหลงทางไปเสียแล้ว

แท้จริงอัลลอฮฺ ได้ทรงลบล้างแนวทางดังกล่าวนี้ และได้ทรงแจ้งให้ทราบว่า พระองค์ได้ส่งบรรดาร่อซูลมาและได้ประทานบรรดาคัมภีร์มา เพื่อบอกแจ้งสิทธิของพระองค์ที่มีเหนือบ่าวของพระองค์ และบรรดาสิ่งที่อนุมัติที่ดีต่าง ๆ และทรงห้ามบรรดาสิ่งชั่วร้ายเลวทรามทั้งปวงและสิ่งที่พระองค์อัลลอฮฺ ได้ทรงสั่งเสียบรรดาบ่าวของพระองค์ ให้ยึดมั่นอยู่กับสิ่งที่บรรดาร่อซูลได้นำมาให้ไว้ และละทิ้งสิ่งที่เป็นการสวนทางกัน

แท้จริง อัลลอฮฺ ทรงชี้แจงไว้ชัดเจนในคัมภีร์ต่าง ๆ ที่ถูกประทานลงมาจากฟากฟ้า เพื่อจำแนกของฮะลาลออกจากของฮะรอม และจำแนกทางนำออกจากการหลงทาง จำแนกความดีออกจากความชั่ว และจำแนกคุณธรรมออกจากการอธรรม

ดังนั้น ทั้งลัทธิมาซูนียะฮฺ และระบอบเสรีนิยมได้พากันหันเหออกจากเรื่องดังกล่าว แล้วโยนทิ้งสิ่งที่ถูกต้องดีงามไปไว้ข้างหลัง ดังนั้น พวกเขาจึงไม่มีจรรยามารยาทที่ดี ที่ประเสริฐนำมาใช้ปฏิบัติ ไม่มีสติปัญญาที่ถูกต้องเอามาใช้ขบคิด พวกเขามิได้ยึดทางนำของบรรดาร่อซูล มาปฏิบัติและไม่จำแนกระหว่างความจริงกับความเท็จ และระหว่างทางนำที่ถูกต้องกับทางที่หลงผิด

ผู้ใดที่พิจารณา คัมภีร์ของอัลลอฮฺ และซุนนะฮฺของท่านนบี และพิจารณาสภาพของโลกก็จะทราบได้ว่า ความจริงนั้นคือ ทุกสิ่งที่ฮะลาลและฮะรอมที่บรรดาร่อซูลนำมาทั้งหมด ได้นำมาบอกแจ้งสิ่งที่อัลลอฮฺ ทรงอนุมัติและห้ามไว้ และพวกเขาได้ถูกส่งมาเพื่อให้มาจำแนกอย่างชัดเจน ระหว่างสิ่งดีกับสิ่งไม่ดี และของฮะลาลกับของฮะรอม ตามที่อัลลอฮฺ ทรงบัญญัติไว้ เพื่อให้สังคมมนุษย์จะได้ดำเนินไปด้วยความถูกต้องตามแนวทางที่ดีงาม ด้วยมารยาทที่งดงาม มีบุคลิกที่น่าสรรเสริญ เพื่อปกป้องคุ้มครองไว้ซึ่งศาสนาของเขา ทรัพย์สินและชีวิตของเขา ตลอดจนปกป้องคุ้มครองให้เกิดความปลอดภัยทั้งลูกหลานและครอบครัวและอื่น ๆ ให้มีสภาพที่ซื่อตรงในจรรยามารยาทและอุปนิสัยใจคอมีความรอดพ้นและปลอดภัย มีความเป็นอิสระแก่บุคคลทั่วไปทุกคนทั้งในการรับหรือการให้ การซื้อขายตามที่สะดวกกับสิ่งที่ฮะลาล ที่อัลลอฮฺ ทรงให้มา และการครอบครองด้วยแนวทางที่ถูกต้องตามหลักบัญญัติตลอดจนใช้จ่ายไปในทางที่เป็นประโยชน์แก่ตน ไม่เกิดโทษพิษภัยใด ๆ

* การเรียกร้องไปสู่ลัทธิก็อดยานีย์ และอื่น ๆ

มีบางคนที่ทำการเรียกร้องชักจูงไปสู่แนวความคิดอื่นที่บิดเบือน เช่น ลัทธิก็อดยานีย์ หรือที่คล้ายคลึงกันนั้น โดยมีการอ้างตนว่าเป็นนบีที่ถูกส่งมาใหม่หรือร่อซูลคนใหม่ การเรียกร้องดังกล่าวนี้ก่อให้เกิดความเสียหาย เป็นความผิด เป็นแนวความคิดที่หลงทาง แปลกปลอมไปจากอิสลามเพราะอัลลอฮฺ ทรงแจ้งไว้ในคัมภีร์ของพระองค์ที่ชัดแจ้งว่า ท่านนบีมุฮัมมัด นั้นเป็นนบีคนสุดท้าย และมีฮะดีษมากมายหลายบทที่รายงานต่อเนื่องมาจากท่านร่อซูล ว่าเป็นนบีคนสุดท้าย ซึ่งมีนบีคนก่อนหน้านั้น ได้เคยแจ้งข่าวดีเรื่องนี้มาแล้ว

ดังที่อัลลอฮฺ ตรัสไว้ซูเราะฮฺ อัลอะฮฺซาบ อายะฮฺที่ 40 ว่า :-

“มุฮัมมัด มิได้เป็นบิดาผู้ใดในหมู่บุรุษของพวกเจ้า แต่เป็นร่อซูลของอัลลอฮฺ และคนสุดท้ายแห่งบรรดานบีและอัลลออฺนั้นทรงรอบรู้ทุกสิ่ง”

แต่มีพวกที่มีสภาพคล้ายกับพวกเดรัจฉาน สร้างความสับสนวุ่นวายขึ้นในทุกเรื่อง ที่เรียกร้องซับซ้อนซ่อนเงื่อนทุกกรณี จนแยกไม่ออกว่าอะไรดีอะไรไม่ดี อะไรจริงหรืออะไรเท็จ ไม่จำแนกว่าอันใดคือทางที่ถูก อันใดคือทางที่ผิด

ดังนั้น ทุกสิ่งที่มีผู้มาเรียกร้อง เชิญชวนก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวายขึ้น เพราะไม่มีวิชาความรู้ ด้วยเหตุนี้จึงมีเสียงเรียกของ บุคคลผู้นี้คือ (ข้าพเจ้าหมายถึง : มิรซาฆุลามอะฮฺมัด) ที่ออกมาเรียกร้องชักชวนที่เสียหาย และยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่เชื่อฟังตาม ซึ่งพวกเขามีลักษณะคล้ายกับพวกเกียจคร้าน หลงเชื่อตามในเรื่องก็อดยานีย์ ที่เขาได้เขียนออกมาซึ่งค้านกับตัวบทของอัลกุรอานอันประเสริฐและฮะดีษที่มีรายงานที่ต่อเนื่องมาจากท่านร่อซูล ทั้ง ๆ ที่ท่านนั้นเป็นบีและร่อซูลท่านสุดท้ายแล้ว

เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้อย่างไรกัน มีความสับสนวุ่นวายเกิดขึ้นกับมนุษย์ที่เป็นผู้มีสติมีทั้งปัญญา อ่านเขียนได้อย่างไร ?

ความเสียหายจากการโกหกมดเท็จของเขานั้นชัดเจนมากที่สุดยิ่งกว่าอื่นใดทั้งสิ้นไม่ใช่หรือ ?

หากแต่ว่าอัลลอฮฺ ได้ทรงทำให้บ่าวของพระองค์ได้และเห็นจากความแปลกประหลาด และมีข้อคิดต่าง ๆ เป็นสิ่งเตือนใจ และเป็นบทเรียนให้แก่ทุกคนที่มีไหวพริบสติปัญญาที่ชาญฉลาด

อัลลอฮฺ ได้ตรัสไว้ในซูเราะฮฺ อัลฮัจญฺ อายะฮฺที่ 46 ว่า

“พวกเขามิได้ออกเดินทางไปในแผ่นดินดอกหรือเพื่อหัวใจจะได้พิจารณาเพื่อพวกเขาเอง หรือมีหูเพื่อสดับฟังมัน

เพราะแท้จริงการมองของดวงตานั้นมิได้บอดดอก แต่ว่าหัวใจที่อยู่ในทรวงอกต่างหากที่บอด”

* การเรียกร้องชักจูงไปสู่ลัทธิบาไฮย์ หรือ บาบียะฮฺ หรืออื่น ๆ ที่คล้ายกัน

ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งทีทำการเรียกร้องไปสู่ศาสนาบาไฮย์หรือบาบียะฮฺหรืออื่น ๆ จากนั้น ที่คล้ายกัน จากบรรดาพวกที่มาเรียกร้องผิดเพี้ยนจึงหลงออกไปจากทางของอิสลาม เอาความเดรัจฉานเข้ามาแทนที่ปนเปกันไปหมด การที่พวกเขาได้เรียกร้องอยู่นั้น หัวหน้าใหญ่ของพวกเขาอ้างตนว่าเป็นนบี ต่อมาก็ประกาศว่าเป็นพระเจ้าของโลกทั้งผอง

* แต่ละการเรียกร้องที่เลวร้ายและเสื่อมเสียนั้น เราพบว่ามีคนที่หลงเชื่อคล้อยตาม

ทั้ง ๆ ที่มีปรากฏให้เห็นว่าเป็นสิ่งที่ผิดและเป็นเท็จ แต่ก็ยังมีคนหลงเชื่อกัน มีคนคอยให้ความร่วมมือสนับสนุน มีแหล่งรวมตัวกัน จึงทำให้ความชั่วของพวกเขาก่อตัวและงอกเงยขึ้น มีการเรียกร้องชักชวนกันแม้ในบางครั้ง ส่วนมากของพวกเขาก็รู้ดีถึงความจริง และยังรู้ดีอีกด้วยว่าเป็นข้อเรียกร้อง ที่ผิดเพี้ยนก่อให้เกิดความเสียหาย แต่ก็ยังทำเป็นสนับสนุนสิ่งผิดนั้น อันเนื่องจากว่าเขามีเป้าหมายในการกระทำดังกล่าว เพราะเกี่ยวกับเรื่องของดุนยานี้เท่านั้น จึงทำให้ต้องตามแนวทางนั้นไปซึ่งเป็นความผิดและความเสียหาย พวกเหล่านี้คล้ายกับเดรัจฉานและหลงงมงายมากเสียยิ่งกว่

ดังที่อัลลอฮฺ ได้ตรัสไว้ในซูเราะฮฺ อัลฟุรกอน อายะฮฺที่ 44 ว่า :

“หรือเจ้าจะคิดว่าส่วนใหญ่ของพวกเขาจะได้ยินหรือ หรือใช้สติปัญญา พวกเขามิใช่อื่นใด นอกจากเป็นเช่นปศุสัตว์ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังจะหลงทางเสียอีก”

อัลลอฮฺ ได้ตรัสไว้ในซูเราะฮฺ อัลอ๊ะอฺรอฟ อายะฮฺที่ 179 ว่า :

“และแน่นอน เราได้ให้ญินและมนุษย์จำนวนมากมายอยู่ในนรกญะฮันนัมทั้ง ๆ ที่พวกเขามีหัวใจ แต่พวกเขาไม่ใช้มันทำความเข้าใจ

และพวกเขามีตา แต่พวกเขาไม่ใช้มันมอง และพวกเขามีหูแต่พวกเขามิใช้มันฟัง ชนเหล่านั้นแหละประหนึ่งสัตว์เดรัจฉาน

ใช่แต่เท่านั้น พวกเขาเป็นผู้หลงผิดยิ่งกว่า ชนเหล่านี้แหละ พวกเขาคือผู้ที่เผลอเรอ”

แท้จริงแล้ว พวกเหล่านั้นหลงทางออกไปไกลลิบ ดังเช่นพวกฟิรเอาว์นฺหลงทางไปกับตัวฟิรเอาว์นฺ และพวกนัมรู๊ดหลงทางไปกับตัวนัมรู๊ด ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก ทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวเองยังต้องปัสสาวะ ยังต้องถ่าย ต้องอุจจาระ ยังต้องกินต้องดื่ม ยังต้องเจ็บปวดจากทุกสิ่ง แล้วมันจะเป็นพระเจ้าได้อย่างไร ? จะเป็นเจ้าของผู้ครอบครองได้หรือ ?

พระองค์ตรัสไว้ในซูเราะฮฺ อัลฮัจญ์ อายะฮฺที่ 46 ความว่า :

“พวกเขามิได้ออกเดินทางไปในแผ่นดินดอกหรือ เพื่อหัวใจจะได้พิจารณาเพื่อพวกเขาเอง หรือมีหูเพื่อสดับฟังมัน

เพราะแท้จริงการมองของดวงตานั้นมิได้บอดดอก แต่ว่าหัวใจที่อยู่ในทรวงอกต่างหากที่บอด”

อัลลอฮฺ ได้ตรัสไว้ในซูเราะฮฺ อัลฟุรกอน อายะฮฺที่ 44 ว่า :

“หรือเจ้าจะคิดว่า ส่วนใหญ่ของพวกเขาจะได้ยินหรือใช้สติปัญญากระนั้นหรือ ?

พวกเขามิใช่อื่นใดดอก นอกจากเป็นเช่นปศุสัตว์ ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังจะหลงทางเสียอีก”

ดังที่อัลลอฮฺ ได้ตรัสไว้ในซูเราะฮฺ อัลเกาะศ็อศ อายะฮฺที่ 50 ว่า :

“หากพวกเขาไม่ยอมสนองตอบเจ้า ก็พึงรู้เถิดว่าแท้จริงพวกเขาปฏิบัติตามอารมณ์ของพวกเขาเท่านั้น

และผู้ใดเล่าจะหลงผิดยิ่งไปกว่าผู้ปฏิบัติตามอารมณ์ต่ำของเขา โดยปราศจากแนวทางที่ถูกต้องจากอัลลอฮฺ

แท้จริง อัลลอฮฺจะไม่ทรงชี้แนะทางที่ถูกต้องแก่กลุ่มชนผู้อธรรม

เช่นเดียวกันนี้ จะมีดัจญาลมาในตอนยุคสุดท้ายของโลกมนุษย์ จะมีพวกที่หลงเชื่อตามมันเป็นจำนวนมากมายมหาศาล จากกลุ่มของคนที่ไม่มีความรู้ และไม่มีสายตาที่กว้างไกล เพียงแต่มันได้ล่อลวงดวงตาให้เห็นชั่วเป็นชอบ และทำสิ่งแปลกประหลาดให้ได้เห็น ซึ่งก็มีส่วนคล้ายกับการกระทำของเดรัจฉาน ทุกแนวทางและทุกการเรียกร้องที่ก่อให้เกิดความเสียหาย จะพบว่ามีคนหลงเชื่อตาม มีพวกสนับสนุนโดยไม่มีความคิด ไม่มีหัวใจ ไม่มีหนทางที่ถูกต้อง

ส่วนที่เป็นแนวทางของชาวสะละฟุซซอลิฮฺ ซึ่งมีความถูกต้องชัดเจนยิ่งกว่าแสงตะวันในตอนกลางวัน เพราะมีหลักฐานต่าง ๆ ที่ชัดเจน มีข้อยืนยันที่แจ้งชัดแก่คนที่มีวิจารณญาณแม้เพียงสักเล็กน้อย หรือมีความปรารถนาในสัจธรรมก็จะมองเห็น

แท้จริงแล้ว อัลลอฮฺ ได้ทรงระบุไว้ในคัมภีร์อันประเสริฐของพระองค์ และแนวทางซุนนะฮฺของร่อซูล ผู้ซื่อสัตย์ของพระองค์ว่าคุณความดีและผลสำเร็จทั้งสองประการนั้น ต้องอยู่กับการยึดมั่นต่อคัมภีร์อันยิ่งใหญ่ของพระองค์ และแบบอย่างของท่านนบี และแนวทางที่ชาวสลัฟของประชาชาตินี้ อันได้แก่กลุ่มของบรรดาผู้ที่อัลลอฮฺ ทรงพอพระทัยพวกเขา (ริฎวานุลลอฮิอะลัยฮิม) และบรรดาพวกที่ปฏิบัติตามพวกเขาอย่างเที่ยงตรง ซึ่งพวกเขาได้ทำการต่อต้านกลุ่มที่มีแนวทางที่ผิดเพี้ยนทั้งหลาย ตามที่พวกเขาได้รับความรู้จากคัมภีร์ของอัลลอฮฺ และซุนนะฮฺของร่อซูลของพระองค์ อะลัยอิมุศศอลาตุวัสลาม

และตามที่พวกเขาได้เรียนรู้ด้วยสติปัญญาของพวกเขาอย่างถูกต้องและมีดุลยพินิจที่ดีพร้อมกับสัญชาตญาณอันบริสุทธิ์ ตามแนวทางที่ได้รับความรู้มาจากคัมภีร์ของอัลลอฮฺ และซุนนะฮฺของร่อซูล

และจากที่พวกเขาได้รับความรู้จากสิ่งที่ถูกสร้างต่าง ๆ ของอัลลอฮฺ จากข้อยืนยันถึงความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺ และ เดชานุภาพของพระองค์

และความคู่ควรต่อการที่จะได้รับการทำอิบาดะฮฺจากหมู่มนุษย์ทั้งหลาย ตลอดจนการชี้ขาดว่าสิ่งที่บรรดาร่อซูลของพระองค์บอกเล่านั้นเป็นความจริงทุกประการ

และสิ่งที่พวกเขานำมานั้นมิใช่ของจอมปลอม แต่เป็นไปตามคัมภีร์ที่มาจากอัลลอฮฺ และซุนนะฮฺของร่อซูล ของพระองค์ นำมาจากการชี้แจงถึงเรื่องที่ฮะลาล ฮะรอม ทางนำที่ถูกต้องหรือทางที่หลงผิด

และบอกถึงหลักบัญญัติของอัลลอฮฺ แก่บรรดาบ่าวของพระองค์ และสิ่งที่เป็นที่ต้องห้ามของพวกเขา ตลอดจนการบอกเล่าเรื่องราวของสวรรค์และเรื่องของนรก และอื่น ๆ

ทุกสิ่งสร้างของอัลลอฮฺ นั้น บ่งชี้ถึงเดชานุภาพของพระองค์

แปลและเรียบเรียงโดย : อ.อับดุลฆอนี บุญมาเลิศ

ที่มา อัลอิศลาห์สมาคม