อธิบายอัลกรุอาน(21:30) อายะฮฺที่30 ซูเราะฮ์อัลอันบิยาอฺ ฟากฟ้าและแผ่นดิน

520

ฟากฟ้าและแผ่นดิน

 

แปลและเรียบเรียงโดย : อาบีดีณ  โยธาสมุทร

คำเตือน: บทความนี้ไม่เกี่ยวข้องกับทฤษฎีบิ๊กแบงซึ่งเป็นคำกล่าวของผู้แปลและเรียบเรียงขอให้พี่น้องระวังระมัดในการนำไปเชื่อมโยงกับทฤษฎีดังกล่าว ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ http://www.aqidah.com/creed/articles/nkqjq-big-bang-cosmology-and-the-quran.cfm  (แอดมิน)

 

บิสมิ้ลลาฮิ้รร่อฮฺมานิ้รร่อฮีม

﴿ أولم يرالذين كفروا أن السموت والأرض كانتا رتقا ففتقناهما…﴾ اللأنبياء / 30

 

“พวกที่ปฏิเสธไม่เคยเห็นกันเลยหรือ ว่าบรรดาฟากฟ้าและแผ่นดินเคยติดกันมาก่อนแล้วเราก็ได้ทำการแยกมันออกจากกัน”
 

(อั้ลอันบิย้าอฺ/๓๐)

 

         ท่านอิบนุอบีฮาติมอั้รรอซีย์ได้กล่าวไว้ในหนังสือตัฟซี้รของท่าน (อั้ตตั้ฟซี้รุบิ้ลมะอฺซู้ร ๖/๒๒๕)ว่า รายงานจากท่านอิบนุ อั้บบ้าซ ร่อดิยั้ลลอฮุอันฮุมา เกี่ยวกับพระดำรัสที่ว่า “  (كانتا رتقا)    เคยติดกันมาก่อน” ท่านพูดต่อว่า ไม่มีอะไรเลยออกมาจากทั้งสองสิ่งนี้  “  (ففتقناهما)    แล้วเราก็ได้ทำการแยกมันออกจากกัน” ท่านพูดต่อว่า แล้วท้องฟ้าก็ได้แยกตนออกมาด้วยน้ำฝน และผืนแผ่นดินก็ได้แยกตนออกมาด้วยพืชพรรณ”

 

         ท่านอิบนุอบีฮาติมยังได้กล่าวไว้อีกว่า บิดาของผมได้เล่ากับพวกเราไว้ว่า อิบรอฮีม อิบนุ ฮัมซะฮฺ ได้เล่ากับพวกเราไว้ว่า ฮาติมได้เล่าให้พวกเราจาก ฮัมซะฮฺ อิบนิ อบีมุฮัมหมัด จากอับดิลลาฮฺ อิบนิ ดีน้าร จาก ท่านอิบนิ อุมัรว่า มีชายคนหนึ่งมาถามท่านเกี่ยวกับ บรรดาฟากฟ้าและแผ่นดินที่ “ทั้งสองเคยติดกันมาก่อนแล้วเราก็ได้ทำการแยกมันออกจากกัน”  ท่านบอกไปว่า คุณจงไปหาเชคท่านนั้นแล้วถามเขาดู จากนั้นก็จงกลับมาบอกสิ่งที่ท่านได้บอกกับคุณไห้แก่ฉัน 

 

ท่านเล่าว่า แล้วชายคนนั้นก็ไปหาท่าน อิบนิ อับบ้าซ และไตร่ถามท่านเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ท่านอิบนิ อับบ้าซ จึงพูดขึ้นว่า 
 

        “ใช่แล้ว บรรดาฟากฟ้านั้นเคยรวมติดกันโดยไม่มีการหลั่งน้ำฝน และแผ่นดินก็เคยรวมติดกันโดยไม่ผลิพืชพรรณ ครั้นเมื่อพระองค์ได้ทรงสร้างหมู่ชนสำหรับแผ่นดินเรียบร้อยแล้ว สิ่งนี้ก็ได้แยกออกด้วยสายฝน และอีกสิ่งหนึ่งก็แยกออกด้วยพืชพรรณ”

 

        แล้วชายผู้นั้นก็กลับไปหาท่านอิบนิ อุมัรและบอกเล่าข้อมูลดังกล่าวให้กับท่าน ท่านอิบนิ อุมัร จึงกล่าวขึ้นว่า  ตอนนี้ ฉันได้รู้แล้วว่า ท่านอิบนุ อั้บบ้าซ ได้รับวิชาการเกี่ยวกับอั้ลกุรอานเอาไว้แล้ว  ท่านพูดถูก มันเป็นเช่นนั้นจริง ท่านอิบนิ อุมัร ได้พูดว่า ฉันเคยพูดว่า ความอาจหาญของท่านอิบนิ อับบ้าซ ในการอธิบายอัลกุรอานทำให้ฉันรู้สึกแปลกใจ แต่บัดนี้ ฉันทราบแล้วว่า ท่านนั้นได้รับเอาวิชาความรู้เกี่ยวกับอัลกุรอานเอาไว้แล้ว  

       ท่าน อตียะฮฺ อัลเอาฟีย์ ได้กล่าวไว้ว่า  “สิ่งนี้เคยรวมติดกันมาก่อนโดยไม่มีการหลั่งน้ำฝนลงมา และแล้วมันก็หลั่งน้ำฝนลงมา และอีกสิ่งหนึ่ง ก็เคยรวมติดกันโดยไม่มีการผลิพืชพรรณ และแล้วพืชพรรณก็งอกเงยขึ้น “ 

จบคำพูดของท่านอิบนุอบี ฮาติม  ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ

ท่าน อบูมุฮัมหมัด อั้ลฮุซัยนฺ อิบนุมัสอู้ด อั้ลบะฆ่อวีย์ ได้กล่าวไว้ในตัฟซี้รของท่าน (มะอาลิมุ้ตตันซี้ล /๘๓๔) ว่า

        ท่านอิบนุ อั้บบ้าซ ร่อดิยั้ลลอฮุอันฮุมา ,ท่านอั้ดด้อฮฮ้าก, ท่านอะต๊ออฺและท่านก่อตาดะฮฺ ได้กล่าวกันไว้ว่า ทั้งสองเคยเป็นสิ่งเดียวที่แนบชิดกัน  (ففتقناهما)  “แล้วเราก็ได้ทำการแยกมันออกจากกัน” แล้วเราก็ได้แบ่งแยกระหว่างมันทั้งสองด้วยอากาศ

คำว่า อัรร้อตกุ ในด้านภาษาหมายถึง การปิด,การกั้น 

ส่วน อัลฟัตกุ คือ การแยก,การแหวก

        ท่านกะอฺ อัลอะฮฺบาร ได้พูดไว้ว่า “อัลลอฮฺทรงสร้างบรรดาฟากฟ้าและแผ่นดินโดยให้บางส่วนอยู่บนอีกบางส่วน ถัดจากนั้นพระองค์ทรงสร้างลมขึ้นมา แล้วทรงทำให้ลมเข้าไปแทรงอยู่ระหว่างกลาง และทรงเปิดมันออกด้วยลมนี้”

         ท่านมุญาฮิด และท่านอัซซุดดีย์ ได้กล่าวไว้ว่า “บรรดาฟากฟ้าได้ถูกยกขึ้นโดยเคยเป็นเพียงชั้นเดียวมาก่อน แล้วพระองค์ก็ทรงแยกมันออกและทำให้มันกลายเป็นเจ็ดฟากฟ้า เช่นเดียวกัน ผืนแผ่นดินได้ถูกรวมไว้เป็นแผ่นดินเพียงชั้นเดียวมาก่อน แล้วพระองค์ก็ทรงแยกมันออกโดยทรงทำให้มันกลายเป็นเจ็ดผืนแผ่นดิน”

        ท่านอิกริมะฮฺและท่านอะตียะฮฺ ได้กล่าวไว้ว่า  “ฟากฟ้าเคยรวมติดกันโดยไม่หลั่งน้ำฝน และแผ่นดินเคยรวมติดกันโดยไม่ผลิพืชพรรณ แล้วพระองค์ก็ทรงแยกฟากฟ้าออกด้วยน้ำฝนและทรงแยกแผ่นดินด้วยพืชพรรณ”

จบคำพูดของท่าน อั้ลบะฆ่อวีย์ ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ

ท่านอบู้ลฟิด้าอฺ อิซมาอีล อิบนุ กะษี้ร ได้กล่าวไว้ในหนังสือตัฟซี้รของท่าน (ตั้ฟซีรู้ลกุ้รอานิ้ลอะซีม/๑๗๖-๑๗๗)

          หมายความว่า  ทั้งหมดนี้เคยติดกันมาก่อนโดยที่บางส่วนของมันแนบกับอีกบางส่วนซ้อนๆกันในตอนเริ่มต้น แล้วพระองค์ก็ได้ทรงทำให้สิ่งนี้แยกออกจากสิ่งนี้ โดยได้ทรงทำให้บรรดาฟากฟ้ามีเจ็ดชั้นฟ้าและผืนแผ่นดินก็มีเจ็ดชั้น และทรงจำแนกระหว่างฟากฟ้าของดุนยากับผืนแผ่นดินด้วยอากาศ และแล้วท้องฟ้าก็ได้หลั่งน้ำฝนลงมาและผืนแผ่นดินก็งอกเงยพืชพรรณธัญญาออกมา

        ท่านซุฟยานอั้ซเษารีย์ได้กล่าวไว้จากบิดาของท่าน จาก ท่านอิ้กริมะฮฺได้พูดไว้ว่า ท่านอินุ อั้บบ้าซ ได้เคยถูกถามเกี่ยวกับช่วงเวลากลางคืนว่ามันมีมาก่อนหรือช่วงเวลากลางวันมีมาก่อนกันแน่ ? 

          ท่านจึงพูดขึ้นว่า พวกคุณเห็นหรือไม่ว่า บรรดาฟากฟ้าและผืนแผ่นดินยามที่มันรวมกันนั้น ในระหว่างทั้งสองจะมีอะไรได้เล่านอกจากความมืด ? ทั้งนี้เพื่อพวกคุณจะได้รู้ว่ากลางคืนนั้นมาก่อนกลางวัน

 

ท่านอิซมาอีล อิบนุ อบีคอลิดได้เล่าว่า ผมได้ถาม อบูซอและฮฺ อั้ลฮะนะฟีย์ เกี่ยวกับ พระดำรัสของพระองค์ที่ว่า

أن السموت والأرض كانتا رتقا ففتقناهما

“ บรรดาชั้นฟ้าและผืนแผ่นดิน ทั้งสองเคยติดกันมาก่อน แล้วเราก็ได้ทำการแยกมันออกจากกัน”

 

        ท่านกล่าวว่า  “ฟากฟ้าเคยมีเพียงหนึ่งฟ้า แล้วพระองค์ก็ทรงแยกมันออกเป็นเจ็ดฟากฟ้า และแผ่นดินก็เคยมีเพียงหนึ่งแผ่นดินแล้วพระองค์ก็ทรงแยกมันออกเป็นเจ็ดแผ่นดิน”

        ท่านมุญาฮิดก็ได้กล่าวไว้ในทำนองนี้เช่นกัน โดยท่านได้เพิ่มเติมไว้ว่า “บรรดาฟากฟ้าและแผ่นดินนั้น ทั้งสองไม่ได้เคยอยู่ติดกันมาก่อน”

        ท่านซะอี้ด อิบนุ ญุบั้ยร์ ได้กล่าวไว้ว่า “แต่ทว่า ฟากฟ้าและแผ่นดินเคยติดกันมาก่อนต่างหาก ครั้นเมื่อพระองค์ได้ทรงยกฟากฟ้าขึ้นและได้เผยแผ่นดินให้ประจักษ์ นั่นคือการแยกมันทั้งสองออก ที่อัลลอฮฺได้ทรงตรัสไว้ในคัมภีร์ของพระองค์”

         ส่วนท่านอั้ลฮะซันและท่านก่อตาดะฮฺ ได้กล่าวไว้ว่า “ทั้งสองสิ่งเคยรวมกันมาก่อนแล้วพระองค์ได้ทรงแบ่งแยกระหว่างมัน ด้วยกับอากาศนี้เอง”

จบคำพูดของท่าน อิบนุกะษี้ร ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮุตะอาลา

ท่าน อับดุรเราะฮฺมาน อิบนุ นาศิ้ร อั้ซซะอฺดี้ย์ ได้กล่าวไว้ในหนังสือตัฟซี้รของท่าน (ตัยซี้รู้ลกะรีมิ้รเราะฮฺมาน/๕๒๒) ว่า

          “โดยให้พวกเขาได้ดูฟากฟ้าและแผ่นดิน แล้วพวกเขาก็จะพบว่ามันทั้งสองนั้นติดกัน สิ่งนี้ไม่มีเมฆไม่มีฝน และสิ่งนี้แห้งกระด้างไร้พืชพรรณ แล้วเราก็ได้แยกมันทั้งสองออก ท้องฟ้าด้วยกับฝน และผืนดินด้วยกับพืชพรรณ”

สิ้นสุดส่วนที่ต้องการอ้างอิงจากคำพูดของท่าน

ท่านเชคมุฮัมหมัดอะมีน อั้ชชังกีตีย์ ได้กล่าวไว้ในหนังสือตัฟซีรของท่าน (อัดวาดุ้ลบะยาน /๔/๑๔๐-๑๔๑)

          คุณต้องทราบว่า บรรดานักวิชาการได้ขัดแย้งกันเกี่ยวกับความหมายของการติดกันและแยกจากกันในอายะฮฺนี้ออกเป็นห้าคำอธิบายด้วยกัน ซึ่งคำอธิบายบางส่วนอยู่ในสถานะที่อ่อนมาก ในขณะที่หนึ่งในคำอธิบายดังกล่าวได้รับการบ่งชี้โดยหลักฐานแวดล้อมที่ปรากฏในอัลกุรอานอันทรงเกียรติ

     คำอธิบายที่หนึ่ง ความหมายของ “ทั้งสองเคยติดกันมาก่อน” นั้น หมายถึง บรรดาฟากฟ้าและผืนแผ่นดินนั้น เคยแนบติดกันมาก่อน แล้วอัลลอฮฺก็ทรงแยกระหว่างบรรดาชั้นฟ้าและผืนแผ่นดินออกจากกัน โดยพระองค์ได้ทรงยกฟากฟ้าขึ้นสู่ตำแหน่งของมันและทรงทำให้แผ่นดินมั่นคงอยู่ที่ๆ ของมัน  และพระองค์ยังได้ทรงทำการแบ่งแยกทั้งสองนี้ออกจากกันด้วยอากาศ ดังเช่นที่คุณได้เห็นอยู่นี้.

     คำอธิบายที่สอง ฟากฟ้าทั้งเจ็ดนั้นเคยติดกันมาก่อน หมายถึงบางส่วนได้แนบติดกับอีกบางส่วน แล้วอัลลอฮฺก็ทรงแยกมันออก โดยทรงทำให้มันกลายเป็นเจ็ดฟากฟ้าซึ่งระหว่างแต่ละชั้นจะมีช่องว่างอยู่ ส่วนผืนแผ่นดินก็เช่นกันเคยรวมติดกันมาก่อน แล้วพระองค์ก็ได้ทรงแยกมันออกโดยทรงทำให้มันกลายเป็นเจ็ดผืนแผ่นดินที่บางส่วนแยกตัวออกจากอีกบางส่วน

     คำอธิบายที่สาม ความหมายของ “ทั้งสองเคยติดกันมาก่อน” คือ การที่ท้องฟ้าไม่หลั่งน้ำฝนลงมาและผืนแผ่นดินก็ไม่ผลิบานพืชพรรรณธัญญา แล้วอัลลอฮฺก็ทรงแยกท้องฟ้าด้วยน้ำฝน และทรงแยกผืนแผ่นดินด้วยพืชพรรณ

     คำอธิบายที่สี่ “ทั้งสองเคยติดกันมาก่อน” หมายถึง ภายในความมืดมิดที่ทำให้ไม่สามารถเห็นสิ่งใดได้เลย แล้วอัลลอฮฺก็ทรงแยกมันทั้งสองออกด้วยแสงสว่าง. อันที่จริงแล้วคำอธิบายนี้เชื่อมโยงกลับไปหาคำอธิบายที่หนึ่งและที่สองอยู่แล้ว

     คำอธิบายที่ห้า -ซึ่งเป็นคำอธิบายที่ห่างไกลที่สุดเนื่องจากความไร้น้ำหนักของข้อมูลที่ประจักษ์ให้เห็นอย่างชัดเจน- การรวมและติดกันคือ การไม่มี และการแยกออกจากกันคือ การทำให้มันมีขึ้นมา กล่าวคือ ทั้งสองสิ่งเคยไม่มีมาก่อน แล้วเราก็ได้ทำให้มันทั้งสองมีขึ้นมา ซึ่งคำอธิบายนี้ก็เป็นอย่างที่เห็นอยู่

        เมื่อได้รับทราบถึงคำอธิบายต่างๆของนักวิชาการเกี่ยวกับอายะฮฺนี้เรียบร้อยแล้ว ก็ควรจะต้องรับรู้ว่า คำอธิบายที่สาม-ซึ่งได้แก่การที่ “ทั้งสองสิ่งนี้เคยติดกันมาก่อน” อันหมายถึง การที่ท้องฟ้าไม่หลั่งน้ำฝนลงมา และผืนแผ่นดินไม่ผลิพืชพรรณใดๆออกมา แล้วอัลลอฮฺ ก็ทรงแยกท้องฟ้าด้วยฝน และทรงแยกผืนดิน ด้วยพืชพรรณ- คำอธิบายนี้ได้รับการบ่งชี้จากเหตุผลแวดล้อมที่ปรากฏในคัมภีร์ของอัลลอฮฺ ซึ่งมีดังนี้

หนึ่ง พระดำรัสของพระองค์ พระผู้ทรงสูงส่งที่ว่า 

(أولم ير الذين كفرواأن…)    “พวกที่ปฏิเสธไม่ได้เห็นกันเลยหรือว่า”

        ซึ่งบ่งบอกถึงการที่พวกเขาได้เห็นสิ่งเหล่านั้น ทั้งนี้เนื่องจากความหมายที่เป็นที่ประจักษ์มากที่สุดของคำว่า เห็น นั้น ได้แก่การเห็นด้วยสายตา ซึ่งสิ่งที่พวกเขาได้เห็นด้วยสายตาของพวกเขา ก็ได้แก่ การที่ท้องฟ้าไม่มีฝนหลั่งลงมา และการที่ผืนแผ่นดินแห้งกร้านไร้พืชพรรณ ซึ่งพวกเขาเองก็ได้มีโอกาสเห็น การที่อัลลอฮฺประทานฝนลงมาและทรงทำให้พืชพรรณนานา งอกเงยขึ้น 

สอง การที่พระองค์ได้ทรงติดตามพระดำรัสดังกล่าวนี้ ด้วยพระดำรัสของพระองค์ที่ว่า 

(وجعلنا من الماء كل شيء حي أفلا يؤمنون)

 

“และเราได้ทำให้ทุกสรรพสิ่งที่มีชีวิตมีขึ้นมาจากน้ำ แล้วทำไมพวกเขาจึงไม่ศรัทธากัน”

          ซึ่งตามความหมายที่ประจักษ์ขึ้นมานั้น บ่งบอกว่า คำพูดในข้อความนี้มีความเชื่อมโยงกันกับข้อความก่อนหน้า ซึ่งหมายถึง “และเราได้ทำให้มีขึ้นมาจากน้ำ (ที่เราได้ประทานลงมาโดยการแยกชั้นฟ้าออก และที่เราได้ให้พืชพรรณงอกงามขึ้นจากน้ำนั้น โดยการที่เราได้แยกแผ่นดินออก) มีทุกสรรพสิ่งที่มีชีวิตเกิดขึ้นมา”

สาม ตามความหมายที่กล่าวถึงนี้ ได้มีการแจกแจงไว้ในอายะฮฺอื่นๆ ในคัมภีร์ของอัลลอฮฺ เช่นในพระดำรัส ของพระองค์ ตะอาลาที่ว่า

 (والسماء ذات الرجع والأرض ذات الصدع)

 

“และสาบานด้วยฟ้าที่หลั่งน้ำฝน และด้วยผืนแผ่นดินที่ปริออก”

จนกระทั่งจบคำพูดของท่าน