อัลอิศติศนาอฺ (ว่าจ้างรับเหมาทำของ) คืออะไร

132

อัลอิศติศนาอฺ (ว่าจ้างรับเหมาทำของ) คืออะไร
********************************************

#นิยาม
“การที่คนๆ หนึ่งไปว่าจ้างอีกคนหนึ่งทำ สร้าง ประกอบสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้ ตามคุณสมบัติที่ผู้ว่าจ้างระบุในสัญญา โดยผู้รับจ้างรับผิดชอบทั้งวัตถุดิบและแรงงาน ซึ่งสิ่งที่ว่าจ้างทำขึ้นนี้ ไม่ปรากฏว่ามีอยู่ ณ ขณะทำสัญญาว่าจ้าง”

#อธิบายนิยาม
การว่าจ้างรับเหมาทำของ เป็นสัญญาที่อนุญาตตามความเห็นของปวงปราชญ์ส่วนใหญ่ แต่อาจเห็นแตกต่างกันในรายละเอียดบ้าง

อัลอิศติศนาอฺ หรือการว่าจ้างรับเหมาทำของ มีส่วนคล้ายธุกรรมสองประการดังนี้คือ หนึ่งมีส่วนคล้าย “อัซซะลัม-การซื้อขายล่วงหน้า” สองมีสวนคล้าย “อัลอิญาเราะห์-การว่าจ้าง”

ที่บอกว่ามีส่วนคล้ายการซื้อขายก็เพราะว่าวัตถุดิบต้องมาจากผู้รับจ้าง คือผู้รับจ้างจัดหามา ไม่ใช่ผู้ว่าจ้าง และที่บอกว่าเป็นการซื้อขายล่วงหน้าก็เพราะว่าในขณะทำสัญญาตกลงกัน สิ่งที่สั่งทำนั้นยังไมมี แต่จะมีขึ้นในอนาคต การส่งมอบก็ต้องส่งมอบในอนาคต

ส่วนที่บอกว่าคล้ายการว่าจ้างก็เพราะว่าสิ่งที่ต้องการนั้นยังไม่ได้ถูกทำขึ้นเหมือนสินค้าทั่วๆ ไป แต่จะถูกทำขึ้นตามคำสั่งและระบุคุณสมบัติจากผู้ว่าจ้าง

อัลอิศติศตาอฺ (การว่าจ้างรับเหมาทำของ) จะใช้หุก่มใด (การว่าจ้าง หรือการซื้อขายล่วงหน้า)

ท่านอิหมามมาลิก ชาฟิอี และอะห์หมัด เห็นว่ามีข้อบัญญัติในรายละเอียดเฉกเช่น “อัซซะลัม-การซื้อขายล่วงหน้า” แม้กระทั้งการจ่ายเงิน คือต้องจ่ายหมดทันทีขณะตกลงทำสัญญาว่าจ้าง
แต่ในมัซฮับอะบูฮะนีฟะห์ เห็นว่า ถ้าเป็น “อัลอิศนาอฺ-ว่าจ้างรับเหมาทำของ” จะจ่ายเงินที่เป็นค่าจ้างและค่าของเมื่อใดก็ได้ ซึ่งตรงกับมติของ “มัจมะอฺฟิกฮุลอิสลามี-สภานักวิชาการฟิกห์” (มตินักวิชาการยุคปัจจุบันส่วนใหญ่)

ความแตกต่างระหว่าง “อัซซะลัม-ซื้อขายล่วงหน้า” กับ “อัลอิศติศนาอฺ-ว่าจ้างรับเหมาทำของ”

จากบทวิจัยของ ดอกเตอร์ สะอู๊ด อัสสุบัยตี่ ที่เสนอต่อ “มัจมะอฺฟิกฮี่” มีดังนี้
๑. ปวงปราชญ์ฮะนะฟีส่วนใหญ่เห็นว่า สินค้าในธุรกรรม “อัซซะลัม-ซื้อขายล่าวหน้า” คือหนี้ที่อยู่ในภาระรับผิดขอบ (ในอนาคต) ส่วนสิ่งที่ตกลงกันในธุรกรรม “อัลอิศนาอฺ-ว่าจ้างรับเหมาทำของ” คือสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นการเฉพาะเจาะจงที่เกี่ยวโยงกับความรับผิดขอบ (ในอนาคต)
๒. สำหรับธุรกรรมแบบ “อัซซะลัม-ซื้อขายล่าวหน้า” ต้องจ่ายเงินทั้งหมดและทันที ขณะทำข้อตกลงกัน ส่วนธุรกรรมแบบ “อัลอิศติศนาอฺ-ว่าจ้างรับเหมาทำของ” ไม่จำเป็นต้องจ่ายทันที จะจ่างก่อน หลัง หรือบางส่วนก็ได้
๓. การประวิงเวลาในธุรกรรม “อัซซะลัม-ซื้อขายล่วงหน้า” เพราะเพื่อยืดเวลาเพื่อความสะดวก แต่การประวิงเวลาในธุรกรรม “อัลอิศติศนาอฺ-รับจ้างเหมาทำของ” ไม่ใช่เพื่อยืดเวลา หากแต่เพราะความจำเป็นและถ้าเร็วได้เท่าใดก็ย่อมดี
๔. ธุรกรรมแบบ “อัซซะลัม-ซื้อขายล่วงหน้า” จะเกิดต่อสิ่งที่สามารถหาสิ่งเหมือนทดแทนกันได้เท่านั้น แต่ธุรกรรมแบบ “อัลอิศติศนาอฺ-รับจ้างเหมาทำของ” อาจเกิดกับสิ่งที่หาสิ่งเหมือนทดแทนได้และสิ่งที่ไม่สามารถหาทดแทนได้
ส่วนความแตกต่างระหว่างธุรกรรมทั้งสองอย่างจากงานวิจัยของ เชคกะมาลุดดีน ญุอัยด์ มีดังนี้
๑. สินค้าในธุรกรรมแบบ “อัซซะลัม-การซื้อขายล่วงหน้า” คือหนี้ที่เป็นภาระรับผิดขอบ (ในอนาคต) ที่จะต้องหามาให้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องใช้การตวง การชั่ง การนับจำนวนสิ่งที่ใกล้เคียงกัน หรือการวัดเป็นตัวกำหนด (ไม่เฉพาะเจาะจงว่าต้องเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นการเฉพาะ เพียงแต่หาสิ่งที่มีคุณสมบัติตามที่ตกลงกันมาให้ ก็เป็นอันว่าเข้าเงื่อนไขและใช้ได้) ส่วนสิ่งที่ตกลงกันในธุรกรรมแบบ “อัลอิศติศนาอฺ-การว่าจ้างรับเหมาทำของ” คือสิ่งที่เฉพาะเจาะจงว่าเป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้ (ตามคุณสมบัติที่ผู้ว่าจ้างระบุเอง) ไม่ใช่หนี้ที่เป็นภาระรับผิดชอบหามาให้เฉกเช่นธุรกรรมแบบ “อัซซะลัม” เช่นการรับเหมาว่าจ้างทำบ้าน ทำรองเท้า ตัดเสื้อผ้า ซึ่งมีความเป็นเฉพาะ ไม่สามารถหาสิ่งอื่นมาทดแทนได้ เพราะมีคุณสมบัติเฉพาะเจาะจงตามที่ผู้สั่งทำกำหนด
๒. ธุรกรรมแบบ “อัซซะลัม-ซื้อขายล่วงหน้า” ต้องกำหนดระยะเวลาส่งมอบให้ชัดเจน ซึ่งต่างจากธุรกรรมแบบ “อัลอิศติศนาอฺ-ว่าจ้างรับเหมาทำของ” ซึ่งตามทัศนะของอิหม่ามอะบูฮะนีฟะห์แล้ว ไม่จำเป็นต้องกำหนดเวลาส่งมอบ คือแล้วเสร็จเมื่อใดก็ค่อยส่งมอบ
๓. ธุรกรรมแบบ “อัซซะลัม-ซื้อขายล่วงหน้า” เป็นสัญญาลักษณะบังคับ (ลาซิม) แต่ธุรกรรมแบบ “อัลอิศติศนาอฺ-ว่าจ้างรับเหมาสั่งทำของ” เป็นสัญญาลักษณะไม่บังคับ คือคู่สัญญาจะยกเลิกสัญญาเมื่อใดก็ได้
๔. ธุรกรรมลักษณะ “อัซซะลัม-ซื้อขายล่วงหน้า” ต้องจ่ายเงินทั้งหมดทันทีที่ทำข้อตกลงกัน แต่ธุรกรรมแบบ “อัลอิศติศตาอฺ-ว่าจ้างรับเหมาทำของ” จะจ่ายเลยก็ได้ หรือจะจ่ายทีหลังก็ได้ หรือจะจ่ายบางส่วนก็ได้

บทความนี้ สรุปมาจากวารสารของ “มัจมะอฺฟิกฮุ้ลอิสลาม” ลำดับที่เจ็ด จากบทวิเคราะห์ในหัวข้อ “สัญญาอัลอิศติศนาอฺ-สัญญาว่าจ้างรับเหมาทำของ”

#สรุปท้ายบท
จากบทวิเคราะห์ข้างต้น ทำให้เราทราบว่าระหว่าง “อัซซะลัม-การซื้อขายล่วงหน้า” และ “อัลอิศติศนาอฺ-การว่าจ้างรับเหมาทำของ” มีอะไรทีใกล้เคียงกันมาก หากไม่ใช่นักวิชาการคงแยกความแตกต่างได้ยากมาก ในเวลาเดียวกันธุรกรรมทั้งสองอย่างนี้ก็ยังใช้เงื่อนไขและข้อบังคับเดียวกันในหลายประการ

หนึ่งในความเหมือนคือ การนำสิทธิ์หรือเครดิตจากสองธุรกรรมไปขายต่อเพื่อเอากำไร เป็นที่ต้องห้าม เพราะผู้ขายยังไม่ได้ครอบครองหรือรับผิดชอบสิ่งนั้นๆ ตามตัวบทฮะดีษที่เคยเสนอไปแล้ว และหากเครดิตนั้นคืออาหารและนำไปขายต่อเพื่อทำกำไร ก็ถือว่าต้องห้าม “ฮะรอม” ตามมติเอกฉันท์ของปวงปราชญ์

อาจมีผู้แย้งว่า แล้วมีข้อวินิจฉัยของปราชญ์ร่วมสมัย ว่าอนุญาตให้ทำ “อัลอิศติศนาอฺอัลมุวาซีได้-การว่าจ้างรับเหมาทำของคู่ขนาน” แล้วจะว่าอย่างไร เรื่องนี้ตอบไมยากเลยเพราะรูปแบบตามนิยามของปราชญ์คือ “คนหนึ่งต้องการสิ่งหนึ่งตามคุณสมบัติที่เขาต้องการ เขาจึงไปหาบุคคล บริษัท ห้างร้าน ธนาคาร หรือโรงงานก็สุดแท้แต่ แล้วเสนอว่าจ้างเหมาทำของ หากอีกฝ่ายหนึ่งรับข้อตกลง ก็ถือว่าเกิดข้อตกลงว่าจ้างรับเหมาทำของ แล้วฝ่ายผู้รับจ้างเหมาทำของไปติดต่อทำข้อตกลงกับผู้ทำตัวจริง แบบเดียวกับที่ผู้ว่าจ้างคนแรกมาติดต่อทำของ หากอีกฝ่ายหนึ่งรับข้อตกลง ก็เกิดสัญญาว่าจ้างรับเหมาทำของขึ้น จึงเรียกธุรกรรมแบบนี้ว่า “ว่าจ้างรับเหมาทำของคู่ขนาน” ซึ่งทั้งสองข้อตกลงแยกจากกันชัดเจน คือไม่เกี่ยวโยงในแง่ความรับผิดชอบใดๆ ในแต่ละคูสัญญาต้องรับผิดชอบในคู่สัญญานั้นๆ เท่านั้น แบบนี้นักวิชาการยุคใหม่ถือว่าทำได้

มีคนพยายามจะนำไปใช้กับธุรกรรม “โต๊ะจีน” ก็ขอเรียนอย่างนี้ว่า โต๊ะจีนนั้นผู้จัดเขาพิมพ์บัตรเร่ขาย ไม่ใช่ผู้กินโต๊ะจีนมาสั่งทำอาหาร ฉะนั้นจึงไม่สามารถนำมาเปรียบกันได้ การขายบัตรล่วงหน้าไม่ใช่การสั่งทำของตามนิยามของ “อัลอิศติศนาอฺ-การว่าจ้างรับเหมาสั่งทำของ”

ส่วนการอ้างว่าธุรกรรมโต๊ะจีนเป็นธุรกรรมสองฝ่าย พูดไปก็พูดได้แต่ข้อเท็จจริงมันไม่เป็นอย่างนั้น เพราะการที่มีผู้รับเหมาทำอาหารกับผู้ว่าจ้าง ก็เท่ากับมีสองฝ่ายแล้ว และผู้ว่าจ้างทำอาหารนำอาหารมาขายให้แก่ผู้บริโภค ก็ถือเป็นข้อตกลงอีกคู่หนึ่ง อย่างน้อยคู่แรกอาจเรียกว่าเป็นการว่าจ้างรับเหมาทำของ (อัลอิศติศนาอฺ) แต่คู่หลังเป็นอื่นไปไม่ได้ยกเว้นการซื้อขายล่วงหน้า (อัซซะลัม) เพราะประกาศโต้งๆ ว่า “ขายบัตร” ดังนั้นจะเลี่ยงอย่างไร จะอ้างอย่างไร ก็หนีไม่พ้น ธุรกรรมสามฝ่าย ฝ่ายที่หนึ่งคือผู้ว่าจ้างเหมาทำของ (อาหาร) ฝ่ายที่สองคือผู้รับจ้างเหมาทำของ (อาหาร) ส่วนฝ่ายที่สามคือผู้ซื้อบัตรโต๊ะจีน เรียกว่าสองธุรกรรมสามฝ่าย ส่วนใครจะเลี่ยงอย่างไร ผู้อ่านก็พิจารณาเอง จะเชื่อตามที่เขาอ้างก็เชิญ ผมก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร หากไม่เชื่อก็เชิญ ผมก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร อะไรจริงอะไรเท็จก็เป็นเรื่องของคนจะเชื่อ ผมบังคับใครก็ไม่ได้ ห้ามใครก็ไม่ได้ ส่วนข้อกล่าวหาต่างๆ ไว้ค่อยชี้แจงวันละเล็กละน้อยก็แล้วกัน ไม่รีบร้อนครับ เพราะเรื่องมันค่อนข้างละเอียด ใครต้องการศึกษา ก็ใจเย็นๆ เก็บความรู้ไปเรื่อยๆ วันนี้ขอปูพื้นไว้ก่อน