ประมวลองค์ความรู้และหลักการพื้นฐานของการอรรธถาธิบายอัลกุรอาน

315

ประมวลองค์ความรู้และหลักการพื้นฐานของการอรรธถาธิบายอัลกุรอาน (อุศูลุตตัฟซีร)

โดย อบูบุชรอ อัลมะดะนีย์ (ตอนที่1)

** บทความนี้เนื่องจากมีความยาวจึงแบ่งออกเป็น 2 ตอน
ตอนที่ 1 จะกล่าวถึงประมวลองค์ความรู้และหลักการพื้นฐานของการอรรธถาธิบายอัลกุรอาน (อุศูลุตตัฟซีร)
ตอนที่ 2 จะกล่าวถึงแนวทางของชาวสลัฟในการตัฟซีรอัลกุรอานและหลักฐานที่สนับสนุนในเรื่องนี้.

     อัลกุรอาน คือดำรัสของอัลลอฮ์ที่ทรงประทานให้แก่ท่านนบีมุฮัมหมัด ด้วยภาษาอาหรับ โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญๆ คือ เพื่อเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่รับรองและยืนยันถึงการเป็นนบีของมุฮัมหมัด และเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ผาสุขทั้งในโลกนี้และอาคิเราะฮ์ ดังกล่าวนี้เองจึงทำให้ดังนั้นการศึกษาและทำความเข้าใจอัลกุรอานจึงเป็นสิ่งที่บรรดามุสลิมนับตั้งแต่ในยุคสมัยท่านนบีมุฮัมหมัดจนถึงปัจจุบันให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ก่อให้เกิดการอรรธถาธิบายอัลกุรอาน (ตัฟซีร) และตำราในศาสตร์แขนงนี้เกิดขึ้นมากมายจากบรรดาปวงปราชญ์ และนักวิชาการทั้งในยุคอดีตและปัจจุบัน ทั้งที่ถูกยอมรับและไม่ถูกยอมรับ

     แต่ประเด็นปัญหาก็คือ…แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่านักตัฟซีรคนใดอธิบายดำรัสของอัลลอฮ์ได้ถูกต้อง ตำราตัฟซีรเล่มใดที่เราควรจะยึดถือและนำมาใช้อ้างอิงเป็นหลักฐาน…? การตัฟซีรแบบใดที่ควรหลีกเลี่ยง…? ซึ่งสิ่งที่จะช่วยให้เราเข้าใจในประเด็นดังกล่าวนี้ได้ก็คือ เราต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับประมวลองค์ความรู้และหลักการพื้นฐานของการอรรธถาธิบายอัลกุรอานหรือที่เรียกว่า (อุลูมุ้ลกุรอาน) หรืออุศูลตัฟซีร ให้ดีเสียก่อน โดยเฉพาะบรรดานักศึกษาศาสนา ซึ่งโดยปรกติแล้วนักศึกษาทางด้านศาสนาจะต้องเรียนวิชาดังกล่าวนี้ในขั้นพื้นฐานกันทุกคน ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยและป้องกันความผิดพลาดจากการเข้าใจและอธิบายในดำรัสของอัลลอฮ์ผิด โดยเฉพาะในเรื่องหลักการศรัทธา (อะกีดะฮ์) และสิ่งที่เร้นลับพ้นญานวิสัยของมนุษย์ เป็นต้น.

       ผู้เขียนจึงเห็นว่าสมควรที่จะสรุปองค์ความรู้พื้นฐานในด้านนี้พอสังเขป ในประเด็นต่างๆของการตัฟซีรทั้งนี้เพื่อที่จะช่วยให้สามารถเข้าใจและเป็นแนวทางที่ถูกต้องแก่ผู้ที่ต้องการศึกษาอัลกุรอานและปรารถนาให้ได้รับทางนำและประโยชน์จากอัลกุรอานที่แท้จริง อินชาอัลลอฮ์. ดังนี้
1. ความหมายของตัฟซีร ในทางภาษาและวิชาการ
2. เงื่อนไขและจรรยามรรยาทของผู้ที่จะทำการตัฟซีร
3. ประเภท แนวทางของการตัฟซีร
4.นักตัฟซีรที่เป็นที่ยอมรับในการนำมาอ้างอิงการตัฟซีรอัลกุรอานและตำราตัฟซีรของพวกเขา
5. แนวทางของสลัฟในการตัฟซีรอัลกุรอานและหลักฐาน. (แบ่งเป็นตอนที่ 2)

** 1. ความหมายของตัฟซีร **
ความหมายทางภาษา. หมายถึง การอธิบายแจกแจง การทำให้กระจ่างชัดและการเปิดเผย
ความหมายทางวิชาการ .หมายถึง ศาสตร์ที่ว่าในเรื่องของการอธิบายความหมายของอัลกุรอาน ว่าในเรื่องข้อชี้ขาดทางศาสนา (อะฮ์กาม) และคำต่างๆของอัลกุรอาน
ฉะนั้นการตัฟซีร ก็คือศาสตร์ที่ถูกประมวลไปด้วยองค์ความรู้ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะในด้านการอ่าน (วิธีการและรูปแบบ) อายะฮ์ที่มายกเลิก (นาซิค) และอายะฮ์ที่ถูกยกเลิก (มันซูค) หรือทางด้านสาเหตุของการประทานอายะฮ์ลงมา รูปแบบในการเขียน,หรือทางด้าน ความมหัศจรรย์ของอัลกุรอาน, สำนวนโวหารของอัลกุรอาน,การยกตัวอย่างในอัลกุรอาน ด้านข้อชี้ขาดทางศาสนา (อะฮ์กาม) ประวัติเรื่องราวในอัลกุรอานและการรวบรวม หรือทางด้านการอธิบายคำและความหมายของอัลกุรอาน และองค์ความรู้ในด้านอื่นๆอีกมากมาย

** 2. เงื่อนไขและจรรยามรรยาทของผู้ที่จะทำการอรรธถาธิบาย(ตัฟซีร) อัลกุรอาน **
การอรรถธาธิบายหรือตัฟซีรอัลกุรอานไม่ใช่เรื่องที่ง่าย ทั้งนี้ก็เพราะว่าอัลกุรอานคือดำรัสของอัลลอฮ์ ซึ่งจะมีความผิดพลาดไม่ได้... ฉะนั้นจึงจำเป็นที่บุคคลทั่วไปจะต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการอรรธถาธิบายและการชี้แจงรายละเอียดต่างๆในอัลกุรอาน นอกจากให้บรรดาปราชญ์ที่เป็นคนดีๆ ครบถ้วนในองค์ประกอบและเงื่อนไขของนักตัฟซีร ทั้งในด้านการยึดมั่นศรัทธา(อะกีดะฮ์) ในด้านองค์ความรู้แขนงต่างๆและจรรยามรรยาทที่ดีงาม ท่านนบีได้เตือนผู้ที่ทำการอรรธถาธิบายอัลกุรอานและกล่าวถึงอัลกุรอานโดยไม่มีความรู้. ดังรายงานจากท่านอิบนิอับบาส ร่อดิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า ท่านนบีมุฮัมหมัด ได้กล่าวว่า “ผู้ใดที่กล่าวถึงอัลกุรอานโดยที่ไม่มีองค์ความรู้เกี่ยวกับกุรอาน ดังนั้นเขาจงตระเตรียมที่นั่งของเขาในไฟนรก” (บันทึกโดยติรมิซีย์)

       แน่นอนว่าบรรดาซอฮาบะฮ์ บรรดาตาบีอีนและบรรดา อิมามที่ยึดมั่นในแนวทางของบรรดาซอฮาะฮ์ ตาบีอีนและชาวสลัฟจะระมัดระวังอย่างมากในการอธิบายอัลกุรอานโดยที่พวกเขาไม่มีความรู้ ส่วนผู้ที่กล่าวถึงอัลกุรอานหรือทำการอธิบายอัลกุรอานด้วยความรู้ ความเชี่ยวชาญทั้งในด้านภาษาและหลักการอิสลามที่ครอบคลุม ดังกล่าวนี้ถือว่าอนุญาตให้กระทำได้ซึ่งบรรดาอุละมาอฺได้วางเงื่อนไขและจรรยาบรรณของผุ้ที่จะทำการตัฟซีรที่สำคัญๆไว้ดังนี้.
1. หลักการเชื่อมั่น (อะกีดะฮ์) ต้องใสสะอาด บริสุทธิ์ถูกต้อง คือหลักการยึดมั่นต้องยึดถือตามแนวทางแห่งกิตาบุ้ลลอฮ์ ซุนนะฮ์ ยึดตามแนวทางแห่งซอฮาบะฮ์และสลัฟซอและฮ์ จะต้องไม่รับแนวทางการอธิบายของกลุ่มบิดอะฮ์ เช่น กลุ่มมุอฺตะซิละฮ์ กลุ่มญะอฺมียะฮ์ กลุ่มบาฏินียะฮ์ แนวทางซูฟีสุดโต่งและกลุ่มกุบูรียะฮ์ (หลุมศพนิยม) กลุ่มปัญญานิยม กลุ่มกอดยานีย์ เป็นต้น ดังกล่าวนี้ ผู้ที่ตัฟซีรผิดแผกแตกต่างไปจากแนวทางของชาวอะฮ์ลิซซุนนะฮ์ การตัฟซีรดังกล่าวนั้นถือว่าไม่ถูกตอบรับและยอมรับเป็นอันขาด.
2. รู้และเข้าใจภาษาอาหรับเป็นอย่างดี รากฐานแรกที่สำคัญในการเข้าใจหลักการศาสนาและการวินิจฉัยฮุก่มทางศาสนาคือการจำอัลกุรอาน การเข้าใจเนื้อหาของอัลกุรอานและศาสตร์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับอัลกุรอานรวมทั้งรู้ลึกถึงข้อปลีกย่อยต่างๆทั้งหมดที่มีอยู่ในอัลกุรอาน เป็นไปไม่ได้ที่คนๆ หนึ่งจะเข้าใจและอรรธถาธิบายอัลกุรอานได้อย่างถูกต้องนอกจากเขาต้องชำนาญและเชี่ยวชาญในภาษาอาหรับและเข้าใจถึงความลับในถ้อยคำและประโยคของมัน เข้าใจในสำเนียงของชนเผ่าต่างๆของชาวอาหรับและสามารถเข้าถึงวาทศิลป์ทางภาษาอาหรับได้เป็นอย่างดีไม่เช่นนั้นแล้ว เขาจะหลงทางหรือตีความผิดไปจากเจตนารมณ์และดำรัสของอัลลอฮ์ที่ได้ตรัสไว้.
3. ครอบคลุมองค์ความรู้รอบด้าน ทั้งอุลูมุ้ลกุรอาน อุศูลุตตัฟซีร เช่นความรู้เกี่ยวกับการอ่าน อายะฮ์ที่มายกเลิก (นาซิค) และอายะฮ์ที่ถูกยกเลิก (มันซูค) ทางด้านสาเหตุของการประทานอายะฮ์ลงมา การกล่าวแบบเจาะจงและกล่าวแบบองค์รวม มักกีย์กับมะดะนีย์ และอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับอัลกุรอาน
4. ยึดการตัฟซีรแบบสายรายงาน (تفسير با المأثور) ที่ถูกรายงานจากท่านนบี จากซอฮาบะฮ์และจาก อิมามที่เชี่ยวชาญในการตัฟซีร.
5. มีความเข้าใจในหลักการอิสลามอย่างดีและครอบคลุมในทุกๆด้าน
6. ยึดมั่นอยู่ตามแนวทางแห่งซุนนะฮ์ มีจรรยามรรยาทที่ดีงาม เคร่งครัด อ่อนน้อมถ่อมตน ให้เกียรติแก่บรรดาผู้รู้ และอ้างอิงความรู้จากพวกเขาไม่ละทิ้งสิ่งที่เป็นซุนนะฮ์ ไม่ทำบาป ทำสิ่งที่ขัดกับจรรยาบรรที่ดีงาม เช่น พูดโกหก ไม่รักษาอะมานะฮ์.

** 3. ประเภทของการอรรธถาธิบายอัลกุรอาน (ตัฟซีร) **
(1) การตัฟซีรด้วยกับสายรายงาน (تفسير با المأثور)
การศึกษาภาษาอาหรับถือเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อที่จะได้เข้าใจความหมายของประโยคคำพูดของชนอาหรับ วิธีการพูด และสำนวนโวหารในการให้ความกระจ่าง เนื่องจากอัลกุรอานนั้นถูกประทานลงมาด้วยภาษาอาหรับ และด้วยวิธีการสื่อสารสื่อความหมายของชนชาวอาหรับที่เต็มไปด้วยความงดงามของศิลปะโวหาร มีการใช้การอุปมาอุปมัย เปรียบเทียบยกตัวอย่าง การสลับตำแหน่งของประโยคเพื่อสื่อความหมายที่เจาะจงลงไป การย่อในบางที่ และสาธยายยืดยาวในบางที่ตามความเหมาะสม ฉะนั้นพวกเขาจึงมีความเข้าใจในประโยค เข้าใจคำของภาษาอาหรับเป็นอย่างดี โดยท่านนบีได้ทำการอธิบายกุรอานให้บรรดาซอฮาบะฮ์ฟัง หลังจากนั้นบรรดาซอฮาบะฮ์ก็ได้ทำการถ่ายทอดต่อกันมาในสิ่งที่ได้ยินมาจากท่าน นบี โดยที่พวกเขาจะไม่อธิบายในสิ่งที่ไม่ได้ยินมา และการกระทำเช่นนี้ก็ถ่ายทอดสืบต่อกันมาในหมู่ชนแห่งสลัฟ เรียกการตัฟซีรประเภทนี้ว่า การตัฟซีรด้วยกับสายรายงาน (تفسير با المأثور) คือถูกถ่ายทอดมาจากท่านนบี
**การตัฟซีรประเภทนี้คือแนวทางที่บรรดาที่อิหม่ามและปวงปราชญ์ที่ยึดมั่นในแนวทางแห่งกิตาบุ้ลลอฮ์และซุนนะฮ์ ทั้งในยุคสลัฟและบรรดาผู้ที่ยึดมั่นในแนวทางของพวกเขายึดถือมาจนถึงปัจจุบัน.
(2) การตัฟซีรด้วยกับการอิจติฮาดเรียกว่า (تفسير بالرأى) (วิเคระห์วินิจฉัยด้วยปัญญา)
การตัฟซีรด้วยกับการอิจติฮาด คือการวิเคราะห์คำและความหมายของกุรอานด้วยปัญญา ด้วยกฎเกณฑ์และครบเงื่อนไขของผู้ที่ตัฟซีรและถูกต้องในกระบานการตัฟซีร การตัฟซีรประเภทนี้มีความน่าเชื่อถือและความถูกต้องน้อยกว่าประเภทแรก การตัฟซีรประเภทนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ ถูกยอมรับและไม่ถูกยอมรับ คือ
1.ประเภทที่ถูกยอมรับคือ ผู้ที่ทำการอธิบายอัลกุรอานครบเงื่อนไขของนักตัฟซีร และการอธิบายนั้นต้องไม่ค้านกับการอธิบายของท่านนบีค้านกับบรรดาซอฮาบะฮ์ ตาบีอีนและหมู่ชนแห่งสลัฟรวมถึงปราชญ์ที่เชี่ยวชาญในการตัฟซีร (อะอิมมะฮ์ตัฟซีร)
2.ประเภทที่ไม่ถูกยอมรับ คือ การอธิบายอัลกุรอานโดยไปค้านกับการอธิบายของท่านนบีบรรดาซอฮาบะฮ์ ตาบีอีน และหมู่ชนแห่งสลัฟรวมถึงปราชญ์ที่เชี่ยวชาญในการตัฟซีร และผู้ที่ตัฟซีรไม่ครบเงื่อนไขและไม่ครบองค์ประกอบของการตัฟซีร.

** อนึ่ง…การตัฟซีรด้วยกับการอิจติฮาดประเภทนี้ต้องไม่ไปอธิบายเรื่องที่มนุษย์ไม่มีความรู้ เช่น เรื่องเร้นลับ เรื่องอะกีดะฮ์ ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ ต้องศรัทธาเท่านั้น ห้ามอธิบายหรือตีความ เช่น เรื่องของมลาอิกะฮ์ ญิน นรก สวรรค์ วิญญาณ พระนามและคุณลักษณะของอัลลอฮ์ เป็นต้น.

** 4. นักตัฟซีรที่เป็นที่ยอมรับในการนำมาอ้างอิงการตัฟซีรอัลกุรอานและตำราตัฟซีร **
นักตัฟซีรและตำราตัฟซีรของพวกเขาที่เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากบรรดาปวงปราชญ์ในอดีตและนักวิชาการในปัจจุบันที่ยึดถือแนวทางแห่งกิตาบุ้ลลลอฮ์และซุนนะฮ์ตลอดจนหมู่ชนแห่งสลัฟซอและฮ์ในการนำมาอธิบายอัลกุรอาน การตัฟซีรด้วยกับสายรายงาน (تفسيربالمأثور) นั้นเป็นการตัฟซีรที่ถูกยอมรับและมีความถูกต้องมากที่สุดเนื่องจากเป็นการตัฟซีรที่ถูกถ่ายทอดมาจากตาบีอีน บรรดาซอฮาบะฮ์และจากท่านนบี ปราชญ์ที่ยึดแนวทางการตัฟซีรประเภทนี้มีอยู่หลายท่านด้วยกันดังเช่น
1. ตัฟซีร ابن عباس ของท่านอับดุลลอฮ์ อิบนุ อับบาส ร่อดิยัลลอฮุอันฮุ ผู้ซึ่งรอบรู้และเชี่ยวชาญการให้ความหมายอัลกุรอาน และถือเป็นอาจารย์ของอุละมาอ์ในยุคตาบิอีนหลายๆท่าน ท่าน อิบนุอับบาสนั้นได้ท่องจำอัลกุรอานตั้งแต่เยาว์วัย ศึกษาค้นคว้าสาเหตุการประทานอายะฮ์ และยังได้รวบรวมความรู้ด้านการอธิบายอัลกุรอานจากบรรดาเศาะหาบะฮฺรุ่นอาวุโส อีกทั้งท่านนบียังขอดุอาอฺให้ท่านอีกด้วยให้ท่านมีความรู้เรื่องการอรรถาธิบายอัลกุรอาน”
2. ตัฟซีร مجاهد ท่านคือมุญาฮิด บิน ญุบัรฺ เป็นอิมามของคนในยุคตาบีอีนและอิมามทางด้านการตัฟซีร
3. ตัฟซีร جامع البيان عن تأويل آي القرآن ของท่าน อิบนุญะรีร อัตเฏาะบะรีย์ เป็นหนังสือตัฟซีรที่มีคุณค่ามากเนื่องจากเป็นการตัฟซีรที่อ้างอิงการอธิบายมาจากอัลกุรอานและอัลฮะดีษ ที่มีความถูกต้อง ซึ่งถูกรวบรวมมาจากบรรดาการรายงานของบรรดาเศาะฮาบะฮฺ และตาบิอีน
4. ตัฟซีร تفسير القرآن العظيم หรือที่รู้จักกันในนามตัฟซีรอิบนิกะษีร ของท่านอะบุ้ลฟิดาอฺอิสมา อีลอิบนิอุมัรอิบนิกะษีร ผลงานการตัฟซีรในตำราของท่านนั้นถือว่าเป็นการตัฟซีรที่มีความน่าเชื่อถือมาก เนื่องด้วยเป็นการตัฟซีรอัลกุรอานด้วยกับอัลกุรอาน หรือด้วยกับซุนนะฮฺ หรือด้วยกับคำกล่าวของเศาะฮาบะฮ์ หรือด้วยกับคำกล่าวของตาบิอีน
5. ตัฟซีรالدر المنثور في التفسير بالمأثور ของท่านอิมาม ญะลาลุดดีน อัซซุยูฏีย์ เป็นการตัฟซีรอัล กุรอานด้วยกับอัลกุรอาน หรือด้วยกับซุนนะฮฺ หรือด้วยกับคำกล่าวของเศาะฮาบะฮ์และตาบีอีน
6. ตัฟซีร معالم التنزيل،ของอบีมุฮัมหมัดอัลฮะซัน บินมัสอูดอัลบะฆ์วีย์
7. ตัฟซีร فتح القدير ของอบีมุฮัมหมัดบินอะลีบินมุฮัมหมัดบินอับดุลลอฮ์ อัชเชากานีย์

[อ่านต่อตอนที่ 2]